วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ลาง

ความเชื่อเรื่องโชคลางมีมาแต่ครั้งบุราณกาล ซึ่งอยู่คู่วิถีชีวิตคนไทยมาช้านาน หากพิจารณาในเรื่องโชคลางนี้จะพบทั้งความกลัว ความเชื่อกระทั่งความศรัทธา หรือถ้ากว่านั้นก็กลายเป็นความงมงาย และความหวัง เป็นต้น
 
   ต่อไปนี้เป็นลางบอกเหตุเมือครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒

 
 
คือดาวเดือนดินฟ้าจะอาเพศ             อุบัติเหตุเกิดทั่วทิศาน
มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาฬ                เกิดนิมิตพิศดารทุกบ้านเมือง
พระคงคาจะแดงเดือดดั่งเลือดนก           อกแผ่นดินเป็นบ้าฟ้าจะเหลือง
 ผีป่าจะวิ่งเข้าสิงเมือง                          ผีเมืองนั้นจะออกไปอยู่ไพร
  พระเสื้อเมืองจะเอาตัวหนี                   พระกาฬกลีจะเข้ามาเป็นไส้
     พระธรณีจะตีอกไห้                         อกพระกาฬจะไหม้อยู่เกรียมกรม
  ในลักษณะทำนายไว้บ่ห่อนผิด              เมื่อพินิจพิศดูจะเห็นสม
  มิใช่เทศกาลร้อนก็ร้อนระงม                 มิใช่เทศกาลลมฝนก็อุบัติ
  ทุกต้นไม้หย่อมหญ้าสารพัด                    เกิดวิบัตินานาทั่วสากล
  เทวดาซึ่งรักษ์พระศาสนา                        จะรักษาแต่ฝ่ายอกุศล
  สัปบุรุษจะแพ้แก่ทรชน                            มิตรตนจะฆ่าซึ่งความรัก
  ภรรยาจะฆ่าซึ่งคุณผัว                            คนชั่วจะมล้างผู้มีศักดิ์
  ลูกศิษย์จะสู้ครูพัก                                  จะหาญหักผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย
  ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ                           นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย
  กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย                           น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม
  ผู้มีตระกูลจะสูญเผ่า                                เพราะจัณฑาลมันเข้ามาเสพสม
    ผู้มีเสียจะเสียซึ่งอารมณ์                         เพราะสมัครสมาคมด้วยมารยา
  
 
พระมหากษัตริย์จะเสื่อมสิงหนาท                   ประเทศราชจะเสื่อมซึ่งยศถา
  อาสัจจะเลื่องลือชา                                   พระธรรมาจะตกลึกลับ
 ผู้กล้าจะเสื่อมใจหาญ                               จะสาบสูญวิชาการทั้งปวงสรรพ
 ผู้มีสินจะถอยจากทรัพย์                              สัปบุรุษจะอับซึ่งน้ำใจ
 ทั้งอายุจะถอยเคลื่อนจากเดือนป                   ประเวณีจะแปรปรวนตามวิสัย
 ทั้งพืชแผ่นดินจะหย่อนไป                            ผลหมากรากไม้จะถอยรส
 ทั้งสรรพว่านยาจะอาเพศ                              เคยเป็นคุณวิเศษก็เสื่อมหมด
   จวงจันทร์พรรณไม้อันหอมรส                       จะถอยถดไปตามประเพณี
 ทั้งข้าวก็จะยากหมากจะแพง                           สารพันจะแห้งแล้งไปทุกที่
 จะบังเกิดทรพิษมิคสัญญี                               ฝูงผีจะวิ่งเข้าปลอมคน
   เขตคามประเทศธานี                                  จะเกิดการกลีทุกแห่งหน
 จะอ้างว้างอกใจทั้งไพร่พล                             จะสาละวนถ้วนทั่วทั้งหญิงชาย
 จะร้อนอกสมณาประชาราษฎร์                        จะเกิดเข็ญเป็นอุบาทว์นั้นมากหลาย
 จะรบราฆ่าฟันกันวุ่นวาย                                  ฝูงคนจะล้มตายลงเป็นเบือ
 ทางน้ำจะแห้งเป็นทางบก                               เวียงวังจะรกเป็นป่าเสือ
 สิงห์สาราสัตว์เนื้อเบื้อ                                   จะมิหลงหลอเหลือในแผ่นดิน
 ทั้งผู้คนสารพัดสัตว์ทั้งหลาย                           จะสาบสูญล้มตายเสียหมดสิ้น
 ด้วยพระกาฬจะมาผลาญแผ่นดิน                      จะสูญสิ้นการรณรงค์สงครามกัน
กรุงศรีอยุธยาเคยเกษมสุข                               แสนสนุกยิ่งล้ำเมืองสวรรค์
 จะเป็นเมืองแพศยาอาธรรม์                             นับวันจะเสื่อมสูญเอยฯ




ในเรื่องความเชื่อเรื่องโชครางรายบุคคลก็มีในเห็นมากมายอาทิ

  ตาเขม่น  คนโบราณกล่าวว่าหากเขม่นตาในช่วงเช้า-บ่าย หากเป็นข้างขวาจะมีโขค แต่ถ้าเป็นข้างซ้ายจะมีเคราะห์ เช่นมีการทะเลาะกัน หรือสูญเสียของรักบางอย่างเป็นต้น หากเป็นช่วงเย็นจะเขม่นข้างใดคนโบราณเชื่อว่ามีโชค การเป็นช่วงกลางคืนจะเข้าตำรา ขวาร้าย ซ้ายดี ซึ่งเป็นลางบอกเหตุที่แม่นยำมาก

  กลิ่นธูป โบราณเชื่อกันว่าหากได้กลิ่นธูปในยามวิกาล วิญญาณมาหาจะมาเพราะเหตุใดก็ตามท่านให้ผู้ที่ได้กลิ่นจุดธูป ๑ ดอก บอกเล่าว่าอย่ามารบกวน หากเป็นช่วงที่มีญาติสนิทมิตรสหายเสียชีวิตอาจเป็นวิณญาณญาติให้บอกเล่าในสิ่งที่ไม่ทำให้ดวงวิญญาณเป็นกังวล ทำบุญตักบาตรในวันรุ่งขึ้น
 



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น