วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โคน






โคนอาวุธ สั้นอันทรงประสิทธิภาพ เป็นหมากที่คอยรุกระหน่ำในเกม (แม้จะไม่เหี้ยมเกรียมเท่าเบี้ยหงาย) และในขณะเดียวกัน ยังเป็นกองหลังที่ทรงประสิทธิภาพ โดยมากจะใช้เป็นหมากผูกให้เม็ดหรือม้า
           คือถ้าเป็นนักเตะก็สารพัดประโยชน์ ถ้าเป็นสนามรบก็เป็นพวกเสนาธิการบัญชาการรบ

โคน หมายถึง ช้าง หมากรุกจะมี พลช้าง พลม้า พลเรื่อ พลราบ(เบี้ย) รวมเป็น จตุรงค์







หมูหลบหอก

หมูหลบหอกหมูหลบหอก กลอกกลิ้งสิ่งสังเกต
ฝ่ายประเภทหมากหนีวิธีสรร
โคนกับเรือเผื่อช่วแรงกัน
หมากไล่นั้นเรือคู่จู่ประจำ
ขนานเรียงเคียงควบขนาบล้อม
เข้าโอบอ้อมแอบรุกบุกกระหน่ำ
ข้างหมากหนีลี้ซุ่มเข้ามุมทำ
ในที่ขำโคนเคียงเรีบประนัง
ถึงจะรุกคลุกขลุมตลุมไล่
เรือกันไว้มิได้หวั่นถวิลหลัง
เรือกับโคนสู้กันขันประดัง
ตามบทบังคับไว้ในตำรา
แม้ครบยกหกสิบสี่ไม่จนแต้ม
ในกลแกมเกณฑ์นับตำหรับว่า
ทั้งสองข้างต่างเสมอเหมือนสัญญา
ก็เลิกลาละลดงดกันไป







คลื่นกระทบฝั่ง



ควายสู้เสือ

ควายสู้เสือเหลือลำบากพวกมากหนี
คือโคนมีอยู่กับเบี้ยไม่เสียท่า
คอยป้องปิดติดแย้งทะแยงตา
เข้ารับน่ากันรุกทุกกระบวน
ข้าหมากไล่ได้เรื่อไว้กับเม็ด
คอยลอดเล็ดล้อมเลี้ยงตลบหวล
มีเกณฑ์บทบังคับนับจำนวน
ไม่จนถ้วนหกสิบสี่เสมอกัน












ควายสู้เสือ


คลื่นกระทบฝั่ง

อีก กลหนึ่งนาม คลื่นกระทบฝั่ง
นิยมหวังอย่าแหนงระแวงหลง
ข้างหมากหนีโคนหนึ่งพึงจำนง
ทะแยงยงเยื้องท่าคอยรารับ
หมากไล่มีม้าหนึ่งกับเบี้ยสอง
เข้าล้อมป้องหลังโคนโผนขยับ
โคนแอบลับแอบขุนคอยคุมที
ทั้งสองข้างต่างแต้มไม่ตกต่ำ
จบเกณฑ์กำหนดนับหกสิบสี่
เป็นเขตขั้นสัญญาอย่างพอดี
ก็ต่างมีส่วนสมเสมอกัน









หอกข้างแคร่หอกข้างแคร่

อีอ ชื่อมีชี้ชัดถนัแน่
เรียกกล หอกข้างแคร่ สำเนาสนอง
มีเบี้ยงเดียวเลี้ยวลดบทละบอง
ยกย้ายย่องแอบขุนจุนประจำ
พวกหมากไล่ได้ท่าก็ฝ่าแฝง
โคนทะแยงเยื้องย่างสามขุมขำ
ผูกกระชับกับเบี้ยคลอเคลียคลำ
รวมรุมรำรุกรบตลบไป
ไล่ไม่จนพ้นพิกัดบัญญัติยก
เกินเกณฑ์หกสิบสี่สิ้นสงสัย
ทั้งสองข้างต่างแต้มไม่ต่ำไกล
ก็ยอมให้สมเสมอเสมือนกัน





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น