วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Interest

เมื่อกล่าวถึงผลประโยชน์ในทางการเมืองย่อม ต้องกล่าวถึงพรรคการเมือง และกลุ่มผลประโยชน์ ซึ่งเป็นเรื่องของการจัดสรรประโยชน์ และปกป้ิองรวมทั้งเรียกร้องในประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของกลุ่ม หรือพรรค หรือพวกพ้อง พรรคการเมืองและ กลุ่มผลประโยชน์ แม้จะมีความเกี่ยวข้องกันแต่เป้าหมายในทางการเมืองนั้นต่างกัน

พรรคการเมืองมีหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างประชาชนและองค์กรของรัฐ โดยกลุ่มผลประโยชน์ทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางระหว่างประชาชนกับพรรคการเมือง

พรรคการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ต่างก็เป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความสำคัญต่อการเมือง และกระบวนการทางการเมืองทั้งสองสถาบันนี้มีหน้าที่เชื่อมโยงกั โดยที่กลุ่มผลประโยชน์มีบทบาทในการเรียกร้องร้องหรือแสดงออกซึ่งผลประโยชน์ ส่วนพรรคการเมืองมีบทบาทในการนำข้อเียกร้อง หรือการแสดงออกซึ่งผลประโยชน์ นั้นนำเสนอต่อรัฐบาล

แตกต่างกันตรงที่พรรคการเมืองต้องการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยที่กลุ่มผละประโยชน์ไม่ต้องการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพียงแต่ต้องการมีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจหรือนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาลสนองตอบต่อข้อเรียกร้องหรือความต้องการของตน ปรทเศไทยกลุ่มผลประโยชน์ที่มีบทบาทมากจะเป็นกลุ่มที่มี บทบาททางเศรษฐกิจ เช่น สภาหอการค้อแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ส่งข้าวออกต่างประเทศ เป็นต้น

ผลประโยชน์ในทางการเมืองไม่ได้มาในรูปของเงินหรือกำไรขาดทุน อาจจะมาในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งผลประโยชน์เหล่านี้หากจัดสรรไม่ทั่วถึงกับผู้ที่ให้การสนับสนุนหรือ ขัดกับผู้สนับสนุนพรรคย่อมเกิดปัญหาตามมาไม่อย่างใดก็อย่่างหนึ่ง
ประเทศโลกที่ 3 ทั่วไปมีลักษณะที่องค์การทางผลประโยชน์มีอิทธิพลเหนือพรรคการเมือง และหรือความสัมพันธ์ที่ไม่เปิดเผยระหว่างพรรคการเมืองกับกลุ่มผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
กลุ่มผลประโยชน์ มีความหมายใกล้เคียงกับกลุ่มอิทธิพล คำสองคำนี้อาจใช้แทนกันได้ ในความหมาเดียวกัน
เมื่อพิจารณาตามหลักความเป็นจริงจากพฤติกรรมแล้วเป็นการรวมตัวของกลุ่มชนที่มีผลประโยชน์ได้ยึดถือเอาแนวอาชีพเดียวกันเป็นหลัก เมื่อการรวมตัวกันดำนินิไปได้ด้วยดี มีการจัดองค์การที่ดี มีประสิทธิภาพแล้ว ก็จะสามารถสร้างพลังและเปลี่ยนแปลงกลายเป็นหลุ่มที่มีอิทธิพล และอำนาจ เหนือรัฐบาล เหนือผุ้บริหารประเทศ พลังอำนาจทีว่านี้รวมถึงจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมในกลุ่มด้วย
วิธีดำเนินกรของกลุ่มผลประโยชน์นั้นสามารถกระทำได้ในระดับต่าง ๆ กัน เช่น การบีบบังคับโดยตรงต่อหน่วยงานของรัฐ ต่อคณะรัฐมนตรี ต่อสมาชิกรัฐสภา ต่อเจ้าหน้าที่ขั้นสูงของรัฐเพื่อสร้างความกดดันแก่ผุ้บริหารของรัฐโดยใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือนอกจากนี้ยังมีวิธีการบีบบังคับโดยทางอ้อม ดังนั้นคำว่า การใช้วิธีการบับบังคับจึงเกี่ยวข้องกับอิทธิพลเกี่ยวข้องกับอำนาจบังคับอันเป็นผลทำใ้ห้กลุ่มผลประโยชน์พยายามแสวงหาหรือสร้างอิทธิพลและอำนาจเพื่อที่จะได้ดำเนินการรักษาผลประโ่ยชน์ของกลุ่มได้ตามเป้าหมาย

ลอบบี้ยิสต์
ล็อบบีคือระเบียบงของรัฐสภาในกรุงวอชิงตัน
ล็อบยี้จะมีความหมายไปในทาง ชักชวน จูงใจโน้มน้าว และผลักดัน
ล็อบบี้คือการใช้อิทธิพลทางการค้าทางธุรกิจ บีบบัีงคับให้สมาชิกรัฐสภา ปฏิบัติตามความต้องการ
ล็อบบี้เป็นสถานที่(เฉลียง)ที่พบปะระหว่างตัวแทนธุรกิจใหญ๋ ๆ สมาชิกรัฐสภาหักการเมือง และเจ้าหน้าที่บริหารชั้นสูงของรัฐบาลอเมริกัน
ล็อบบี้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา คือ สมคมไรเฟิลแห่งชาติ สมาคมนี้สามารถยับยั้งมิให้ร่างรัฐบัญญัติควบคุมอาวุธปืน ผ่านรัฐสภาโดยสมาคมนี้ได้ทำการชักจูงโน้มน้าว หรือล็อบบี้สมาชิกรัฐสภาบางส่วนให้คัดค้าน กฎหมายฉบับนี้ได้ถึง14 ครั้ง นอกจานี้ยังมีร่างกฎหมายหลายฉยบับที่ถูกยับยัเงโดยวิธีการล็อบบี้...
กฎหมายหลายฉบับไม่สามรถผ่านรัฐสภาไปได้เนื่องจากผลการปฏิบัิติการของพวก "ระเบียงชน"หรือล็อบบี้ยิสต์เหล่านี้..

จากคำกล่าวที่ว่า"การเมืองเป็นกิจกรรมที่มีจุดสนใจอยู่ที่การแสวงหาผลประโยชน์ด้วยการแข่งขันกันในระดับบุคคลต่อบุคคล กลุ่มบุคคลต่อกลุ่มบุคคล และสังคมต่อสังคม " การเมืองเป็นเป็นพฤติกรรมของมนุษย์อย่างหนึ่ง ทีสืบเนื่องมาจากความสัมพันธ์ของมนุษย์ในแง่ของอำนาจ เช่นการแสวงหาอำนาจ การใช้อำนาจ หรือิทธิพลเพื่อแสงหาผลประโยชน์ สำหรับตนเองหรือผู้อื่น และการเมืองจะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์เสมอ ไม่ว่าจะป็นผลประโยชน์เฉพาะบุคคล หรือกลุ่มบุคคล หรือประเทศชาติก็ตา ม
อับราฮัมส์ เอช มาสโลว์ นักวิชาการจิตวิทยาได้ศึกษาถึงความต้องการของมนุษย์ ซึ่งพบว่ามนุษย์มีความต้องการจากขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงขั้นสูงสุด เรียงลำดับดังนี้
- ความต้องการทางร่างกาย
-ความต้องการความปลอดภัย
-ความต้องการความรักและความเป็นส่วนหนึ่งของสังคม
-ความต้องกรเกียรติยศ
-ความต้องการที่จะเป็นบุคคลโดยสมบูรณ์
ดังนั้น มนุษย์มีการรวมกลุ่มกันด้วยเหตุผลอย่างน้อย 2 ประการคือ
เป็นความต้องการทางธรรมชาติของมนุษย์ที่ต้องการเป็นส่วยหนึ่งของสังคม และ เป็นควาต้องการที่มีอำนาจหรืออิทธิพลในทางการเมือง ที่จะได้รับผลประโยชน์มาสู่กลุ่มของตนเอง ดังนั้น กิจกรรมทางการเมือง จังเป็นกิจกรรมของกลุ่มบุคคล ที่จะแสวงหาผลประโยชน์มาสู่ตนเองหรือผู้อื่น
Truman นักทฤษฎีกลุ่ม  กล่าวว่า"กลุ่มทางการเมืองเกิดขึ้นโดยบุคคลหลายคนมีสัมพันธ์ภาพต่อกัน"แนวปรัชญาเรื่องกลุ่มของTruman อยู่ว่า"กลุ่มคือผลรวมของส่วนต่าง ๆ ที่เข้ากันได้ และพฤติกรรมของกลุ่มเป็นหน่วยการวิเคราะห์ที่มีประโยชน์ที่สุด"กระบวนการทางการเมืองถูกมองในรูปของระบบ ที่มีกรเชื่อมโยงกัน และเป็นการรวมของกลุ่มย่อยต่าง ๆ ในทางดึงดูดเข้าหากัน หรือในทางต้านทานกัน ในการแข่งขันกันอย่างไม่มีวัน จบสิ้น
การตัดสินใจของรัฐบาล ตามแนวคิดนักทฤษฎีกลุ่ม แบ่งเป็น 2 แนวทาง
- รัฐบาลเป็นกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มหนึ่ีง กิจกรรมที่เป็นทางการของรัฐบาลในกระบวนการทางการเมือง คือากรใช้เทคนิคหลาย ๆ อย่าง โดยผ่านทางกลุ่มผลประโยชน์ มากกว่ากระทเองอย่างเป็นอิสระ กลุ่มที่เข้าแข่งขันจะต้องกำหนดผลประโยชน์ของกลุ่้มไว้ และรัฐบาลเป็นผู้ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มใดเป็นผู้ชนะ และกลุ่มใดเป็นผู้แพ้ รัฐสภาก็ถือว่าเป็นกลุ่มการเมืองกลุ่มหนึ่ง ในบรรดากลุ่มทัี้งหลาย
- บทบาทรัฐบาล ในรูปของกลุ่มการเมือง รัฐสภา หรือสถาบันประธานาธิพดี หรือ สถาบันตุลาการ เป็นกลุ่มที่มีความสำคํญมากพอ ๆ กับกลุ่มผลประโยชน์ เพราะแต่ละกลุ่มเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการแข่งขันทางการเมือง ซึ่งเกี่ยวพันกับบทบาทของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีดุลย์แห่งอำนาจมากกว่ากลุ่มอื่นๆ เป็นกลุ่มที่มีพลังที่สุด รัฐบาลและกลุ่มผลประโยชน์มีความแตกต่างกันอย่างมีนั้ยยะสำคัญ คือ กลุ่มผลประโยชน์ เป็นกลุ่มของผู้มีทัศนคติร่วมกัน และพยบายารมเรียกร้องสิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งเหนือกลุ่มอื่น ๆ ในสังคม
นักทฤษฎีกลุ่มมีความคิดจำกับขอบเขตของการเมือง ไฝ้เพียงเป็นเรื่องกิจกรรมของกลุ่ม ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันของรัฐบาล มีอยู่สองสถาบันเท่านั้น ที่กลุ่มต่าง ๆ จะทำงานด้วยคือสถาบันที่เกี่ยวกับการเลื่อกตั้ง และสถาบันที่เกี่ยวกับมติมหาชน แต่ยังมีกิจกรรมของกลุ่มบางอย่างที่อยู่นอกเหนือจากการเมือง
สถาบันต่าง ๆ ของรัฐบาลเป็นกลุ่ม แต่เป้นกลุ่มชนิดพิเศษ เพราะมีผลประโยชน์ และมีการแข่งขันกับกลุ่มอื่น เช่น มีการต่อสู้ระหว่างกลุ่มย่อยต่าง ๆ ของรัฐบาล และในขณะเียวกัน ก็มีความสัมพันธ์กับกลุ่มอื่นๆ ตามฐานะ และบทบาทของกระบวนการทางการเมือง รัฐบาลเป็นผู้กำหนดการต่้อสู้ของกลุ่ม และีจักดุลย์แห่งอำนาจของกลุ่มให้อยู่ในระบบ นอกจากนั้น รัฐบาลยังกำหนดกฎต่างๆ เพื่อเป็นการตัดสินรูปแบบของการต่อสู้ จึงสรุปได้ว่า การตัดสินใจของรัฐบาลเป็นผลมาจากความต้องการทั้งหลาย ที่เกิดขึ้นภายในคณะรัฐบาล หรือวัตถุประสงค์ของกลุ่มผลประโยชน์และสถาบันต่าง ๆ ของรัฐบาล
จุดมุ่งหมายเบื้องต้นของทุก ๆ กลุ่มการเมือง คือการตระหนักถึงความสำเร็จในวัตถุประสงค์ของกลุ่มที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งหมายความว่า ทฤษฎีกลุ่มต้องสามารถแสดงผลประโยชน์ของกลุ่มได้ ถ้าเป็นผลของกระบวนการทาง การเมือง หรืออาจกล่าวได้ว่า กลุ่มทั้งหลายต่างพยายามทำให้วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เป็น ผลสำเร็จซึ่งหมายความว่า ทุก ๆ กลุ่มจะพยายามแสวงหา อำนาจ หรืออิทธิพลในการตัดสินใจกระทำการใดๆ เพื่อผลประโยชน์ของกลุ่ม กลุ่มผลประโยชน์จะพยายามที่จะทำให้วัตถุประสงค์ของกลุ่มบรรลุผลสำเร็จ ด้วยความพยายามที่จะเข้าไปมีอิทธิพลต่อกลุ่มผุ้มีอำนาจตัดสินใจ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น