วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Poet (โคลง…)

          ตีนงูงูไซร้หาก          เห็นกัน
นมไก่ไก่สำคัญ                  ไก่รู้
หมู่โจรต่อโจร                    เห็นเลห์  กันนา
เชิงปราชญ์ฉลาดกล่าวผู้     ปราชญ์รู้  เชิงกัน…


           จระเข้คับน่านน้ำ          ไฉนหา  ภักษ์เฮย
รถใหญ่กว่ารัถยา                      ยากแท้
เสือใหญ่กว่าวนา                     ไฉนอยู่  ได้แฮ
เรือเขื่องคับชเลแล้                   แล่นโล้ไปไฉน
           ทณฑกทำเทียบท้าว      ราชสีห์
แมวว่ากูพยัคฆี                         แกว่นกล้า
นกจอกว่าฤทธี                         กูยิ่ง  ครุฑนา
คนประดากขุกมีข้า                   ยิ่งนั้นแสนทวี
           หิ่งห้อยส่องกันสู้           พระจันทร์
ปัดเทียบเทียมรัตนอัน               เอี่ยมข้า
ทองเหลืองหลู่สุวรรณ               ธรรมชาติ
พาลว่าตนเองอ้า                      อาจล้ำเลยกวี
           เสือผอมกวางวิ่งเข้าหา  โจมขวิด
ไป่ว่าเสือมีฤทธิ                        เลิศล้ำ
เล็บเสือดังคมกฤช                    เสือซ่อน  ไว้นา
ครั้นปาปามล้มคว่ำ                    จึงรู้จักเสือ….


          เสียสินสงวนศักดิ์ไว้        วงศ์หงส์
เสียศักดิ์สู้ประสงค์                     สิ่งรู้
เสียรู้เร่งดำรง                            ความสัตย์ ไว้นา
เสียสัตย์อย่าเสียสู้                     ชีพม้วยมรณา…


         พระสมุทรสุดลึกล้น          คณนา
สายดิ่งทิ้งทอดวา                      หยั่งได้
เขาสูงอาจวัดวา                        กำหนด
จิตมนุษย์นี้ไซร้                         ยากแท้หยั่งถึง
        ไม้ล้มความข้ามได้            โดยหมาย
คนล้มจักข้ามกราย                    ห่อนได้
ทำชอบชอบห่อนหาย                ชอบกลับ สนองนา
ทำผิดผิดจักให้                         โทษแม้ถึงตน…


         รักกันอยู่ขอบฟ้า              เขาเขียว
เสมออยู่หอแห่งเดียว                ร่วมห้อง
ชังกนบ่แลเหลียว                     ตาต่อ กันนา
เหมือนขอบฟ้ามาป้อง               ป่าไม่มาบัง…


          นารายณ์วายเว้นจาก      อาภรณ์
อากาศขาดสุริยจร                    แจ่มหล้า
เมืองไดบ่มีวร                           นักปราชญ์
แม้ว่างามล้นฟ้า                        ห่อนได้งามเลย
          เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม          ดนตรี
อักขระห้าวันหนี                        เนิ่นช้า
สามวันจากนารี                         เป็นอื่น
วันหนึ่งเว้นล้างหน้า                   อับเศร้าศรีหมอง…


        โทษท่านผู้อื่นเพี้ยง           เมล็ดงา
ปองฉินนินทา                           ห่อนเว้น
โทษตนเท่าภูผา                       หนักยิ่ง
ป้องปิดคิดซ่อนเร้น                   เรื่องร้ายหายสูญ…


           อย่าเอื้มเด็ดดอกฟ้า        มาถนอม
สูงสุดมือมักตรอม                      อกไข้
เด็ดแต่ดอกพยอม                      ยามยาก ชมนา
สูงก็สอยด้วยไม้                        อาจเอื้อมเอาถึง
          ถึงจนทนสู้กัด                 กินเกลือ
อย่าเที่ยวแล่เนื้อเถือ                  พวกพ้อง
อดอย่างเยี่ยงเสือ                      สงวนศักดิ์
โซก็เสาะใส่ท้อง                       จับเนื้อกินเอง…


         เบิกทรัพย์วันละบาทซื้อ    มังสา
นายหนึ่งเลี้ยงพยัคฆา                ไป่อ้วน
สองสามสี่นายมา                      กำกับ  กันแฮ
บังทรัพย์สี่ส่วนถ้วน                   บาทสิ้นเสือตาย…


       เพื่อนกินสิ้นทรัพย์แล้ว        แหนงหนี
หาง่ายหลายหมื่นปี                    มากได้
เพื่อนตายถ่ายแทนชี                  วาอาตม์
หายากฝากผีไข้                         ยากแท้จักหา…

                                             “บางส่วนจากโคลงโลกนิติ”          
    
    
     โคลงโลกนิติเป็นสุภาษิตเก่าแก่ มีมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเป็นาราชธานี นักปราชญืในครั้งนั้นได้สรรหา คำสุภาษิตที่เป็นภาษาบาลีและสันสกฤต ที่มีอยู่ในคัมภีร์ต่างๆ คือ คัมภีร์โลกนิติ คัมภีร์โลกนัย ตลอดจนคัมภีร์พระธรรมบท แล้วนำมาแปลเป็นภาษาไทย โดยแต่งเป็นคำประพันธ์ คำโคลงทุกคาถา รวามเรียกว่าโคลงโลกนิติ เป็นสุภาษิตที่บรรพบุรุษไทยนับถือ นำไปเล่าเรียน สั่งสอน และประพฤติปฏิบัติกันอย่างกล้างขวาง เป็นที่รู้จักกันดี ในหมู่ประชาชนคนไทยทุกหมู่เล่าทุกสถานะอาชีพต่อเนื่องกันมาช้านานกระทั้งถึงปัจจุบัน


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น