วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

Last Stand


mamluks      ฮูลากูคาดหวังจะกำจัดฐานอำนาจสุดท้ายของมุสลิมที่หลงเหลืออยู่ นั้นคือราชวงศ์มัมลุกของอียิปต์ โดยก่อนหน้านั้น กองทัพมองโกลได้ถล่มเปอร์เซีย ยึดแบกแดด ล้มล้างจัรวาดิกาหลิบอับบาซิยธะ abbasid Caliphate และยุบราชวงศ์อัยยูบิยะฮ์ Ayyubid Dynasty


ดู mumluk   อัยบัค ซึ่งเป็นพวกมัมลุกและเป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์มัมลุ(หรือราชวงศ์ทาส)แห่งอียิปต์ ได้ปกครองอียิปต์ตั้งแต่ ค.ศ.1250-1257 หลังจากที่เกิสภาวะว่างผู้นำอยู่ระยะหนึ่ง กุตูช ซึ่งเป็นมัมลุกอีกคนหนึ่งก็ก้าวขึ้นมามีอำนาจ กูตุชเป็นคนกล้าหาญและเฉลียวฉลาด และได้รับการฝึกการอบรมมาจากโรงเรียทหารของ อัสซอลิฮ์ อัยยูบในสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำไนล์ นอกจากตัวเขาแล้ว หังกน้าที่ปรึกษาของเขาคือ บัยบัรฺ อัล - บันดุคดารี ซึ่งเป็นพวกมัมลู้กอีกคนหนึ่ง คนๆ ยิ่งมีความกล้าหาญและเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าเขา ทั้ง 2 คน ได้รับบรรดาพวกที่หนีภัยมาทั้งหมด เพราะพวกเขากำลังต้องการกำลังทหาร

           มองโกลมาไวกว่าที่คาดไว้ มองโกลส่งทูตมายื่นคำขาดให้พวกอียิปต์ยอมจำนน  กุตูชจึ้งเรียประชุมสภาขุนศึกทันที  นะซีรุดดีน คอยมารี ทหารชาวซีเรียเสนอให้ทำสงครามกับมองโกลเพราะเขารู้ดีว่าแม้จะยอมแพ้ก็ไม่พ้นความตาย บัยบัรเห็นด้วย หลังตกลงกันแล้ว กุตูซได้รับมองอำนาจเต็มในการที่จะจัดการกับทัพมองโกล หลังจากการประชุม ทัพมัมลู้กประกอบด้วยทหารจากซีเรีย จากอาณาจักรอิสลามอื่นๆ และทั้งจาก อาณาจักร โกลเด้นฮอร์น ซึ่งเข้ารับอิสลาม และทหารที่เป็นคริสต์บางส่วน จึงทำให้รู้กลุยุทธทางฝ่ายมองโกลเป็นอย่างดี
           เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวเมืองไคโรก็ได้เห็นศพคนนำสารของมองโกล เป็นอันว่า ศึกนี้ไม่มีทางเลี่ยง นอกจากำลังทางทหารแล้ว เรื่องสมรรถนะทางร่างกาย การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ความแข้งแกร่งของร่างกาย ความอดทน การเป็นอยู่ที่เรียบง่าย ความมีวินัยในโลกนี้มีเพียงพวกมัมลุ้กเท่านั้นที่มีคุณสมบัติที่เทียบเคียงกับพวกมองโกลได้
189690_198106966883925_100000538688281_670382_354845_nsablija sandzak
images (2)           ทหารมองโกล มีความสามารถในการขี่ม้าได้อย่างคล่องแคล้ว ยิงธนูได้อย่างแม่นยำในเวลาเดียวกัน ระบบทหารของมองโกลเป็นแบบเรียบง่าย คล้ายการใช้ชีวิตในเวลาปกติ รางกายกำยำลำสั่น รู้จักการข้ามน้ำด้วยการใช้ถุงหนัง ยุทธศาสตร์ลักษณะประจำชาติง่าย ๆนี้ในการทำศึกมาครั้งตั้งแต่สมัยเจงกิสข่าน คือ เมือเกิดศึกสงคราม ชาวมองโกลก็จะกลายสภาพเป็นทหารภายใต้บังคับบัญชาในทันที พวกมองโกลมีความได้เปรียบทหารชาติอื่นๆ อีกอย่างคือ สามารถยิงธนูได้ไกลและแม่นยำกว่านักรบชาติใดๆ และม้าสำรองที่เป็นคลังแสงเคลื่อนที่และเสบี่ยงที่มีชีวิต หากอยู่ในภาวะฉุกเฉิน..
            ทหารมัมลู้ก แห่งอาณาจักรอัยยูบนั้น มีเชื่อสายเติร์ก และเป็นพวกเร่ร่อนอยู่ในทุ่งหญ้าเอเชียกลาง ทุกคนถนัดการขี่ม้าและรู้จักการใชธนูมาแต่เด็ก นอกจากนั้นยังได้รับการฝึกอบรมมาให้มีระเบียบวินัยเคร่งครัด แต่ทหารมัมลู้กเสียเปรียบมองโกลในเรื่องระยะธนู คือระยะยิงสั้นกว่าธนูของมองโกล ซึ่งกุตูซก็รู้ในข้อนี้ดี ดังนั้นในหุบเขาญะลูต แคบๆ จึงเป็นที่ชนสองเผ่าจากทุ่งหญ้าในเอเชียกลางได้มาเผลิญศึกซึ่งกันและกัน
mamluks (1) 
           ด้วยชัยภูมิที่ทางฝ่ายมัมลู้กเป็นผู้กำหนด จึงเป็นฝ่ายได้เปรียบทั้งในเรื่องขนาดกองทัพ (ใหญ่เล็กไม่สำคัญ) และการไม่ต้องกังวลเรื่องจะโดนจู่โจมจากปีกของมองโกล รวมถึงความต้องการและรีบร้อนจะเอาชนะของฝ่ายมองโกล

         จากการที่รู้จักทัพมองโกลเป็นอย่างดีในการจัดกำลังบัยบัรฺ และกุตูซจึงให้ทหารที่ไม่ใช่ชาวอียิปต์เป็นทัพหน้า ทั้งที่มีเสียงคัดค้านโดยกล่าวว่า หากทหารทัพหน้าไม่มีความเข้มแข็งจะทำให้ทัพโดยรวมเสียขบวนแต่บัยบัรฺ และกุตูซตกลงกันดีแล้ว และยังพอมีพื้นที่เพื่อให้ทหารแนวหน้าหนีทัพข้าศึก
         มองโกลเปิดฉากรบก่อนตามแบบฉบับ โดยใช้ทหารม้าขมังธนูควบม้าเข้ายิงธนูกองทัพมุสลิมระลอกแล้วระลอกเล่าแล้วก็ถอยไปก่อนที่จะเข้ามาถึงระยะรัศมีธนูของทหารฝ่ายมุสลิม ทหารแน่วหน้าระส่ำระสาย เมือเห็นทัพมุสลิมแตกพ่าย คิตบูกา นายทัพมองโกล ก็สั่งให้ทหารองตนตามตีทันที การโจมตีของมองโกลเป็นไปย่างหนักหน่วงและสร้างความเสียหายให้แก่ทหารซีเรียอยางหนัก คิตบูกาได้ใจ คิดว่าตนชนะศึก จึงนำทัพตามติดเข้ามาไม่ลดละ และต้องพบว่าตัวเองได้ติดกับอยู่ในวงล้อมพวกมัมลู้ก
       ปีกทั้งสองข้างของกองทัพมัมลู้กซึ่งมีภูเขาและแม่น้ำญาลูตเป็นแนวป้องกันยังคงตั้งมั่นอยู่อย่างไม่หวั่นไหว และแนวที่สองของทัพมัมลู้ก สามารถยับยั้งการบุกของทัพมองโกลได้  และทำการจัดทัพปิดล้อมทหารมองโกลอีกชั้นหนึ่ง การณ์ครั้งนี้นอกจากจะทำให้ทหารมองลู้กพ้นระยะยิงของมองโกลแล้วยังทำให้กองทัพม้าเคลื่อนที่เร็วเป็นอัมภาต เมือสภานการเปลี่นยแปลงไปเช่นนี้ มุสลิมซีเรียจึงรวมพลกลับเข้าสมรภูมิช่วยหนุนพวกมัมลู้กสู้กับฝ่ายมองโกล กระทั้งมองโกลล่าถอยไป
        บัยบัรเป็นคนดุดันโหดเหี้ยม เขาต้อนมองโกลให้ถอยร่นไปยังหนองบึงบัยซาน หลังจากนั้นก็สั่งทหารตามล่าชีวิตศัตรูให้ได้มากที่สุด พวกมองโกลที่หลบไปอยู่ในพงหญ้าถุเผาตายนับพัน อีกส่วนหนีไปก็ถูกไล่ต้อนไปจนมุมที่แม่น้ำจอร์แดน และถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมากบัยบัรฺไม่หยุดแค่นั้นจากแม่น้ำจอร์แดนเขาพากองทหารออกติดตามขับไลมองโกลเป็นระยะทางกว่า  300 ไมล์ มีแต่พวกที่ลอยข้ามแม่น้ำยูเฟรตีสไปได้เท่านั้นที่หลุดรอดจาการล่าสังหารของบัยบัรฺ อัล-บันดุคดารี และเขาก็ได้กลายเป็นสุลฎอนมัมลู้กที่มีชื่อเสียงที่สุดของอียิปต์



       คิตบูกา ถูกจับได้ในสนามรบ และถูกสังหาร     
                                                                                          
    








  สงครามอัยน์ ญาลูต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น