วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

Mongol

ชาวมองโกล



        “เอเซียกลาง” ซึ่งเข้าใจว่าเป็นอาณาบริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งของ 5 ประเทศที่แตกออกมาจากอดีตสาธารณรัฐเอเซียกลางของสหภาพโซเวตในอดีต ซึ่งนอกจากห้าประเทศดังกล่าวแล้วยังมีดินแดในส่วนที่เป็นอัฟกานิสถาน เปอร์เซียและอาณาจักรเตอร์กิสถานตะวันออกหรือดินแดนส่วนที่เป็นมณฑลตะวันตกของจีนในปัจจุบันด้วย

   ผู้คนทีอาศัยอยู่ในอาณาเขตเตอร์กิสถานนี้เป็นชนเผ่าเร่รอ่นชาวเติร์กและชาวตาตาร์ในปัจจุบันซึ่งชาวจีนในสมัยนั้นเรียกว่า ชาวฮวนหรือพวกฮวน-นั้ง คือพวกเร่ร่อนไม่สร้างอาณาจักรเป็นหลักแหล่ง ดำรงชีวติด้วยการเลี้ยงสัตว์



2

   ชาวฮวนในเอเชียกลางมีรากเหง้าจากชาวซินเธียนส์ ซึ่งเป็นเชื่อชาติอารยันเร่ร่อนในดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลจากที่ราบลุ่มแม่น้ำดานูบมาถึงทุ่งหญ้าเสตปป์ในรัสเวียและเอเซียกลาง ต่อมาผสมผสามกับชาวฮวนหรือฮวน-นั้งที่ถูกขับมาจากดินแดนตอนเหนือของจีน ในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ส่วนหนึ่งเข้ายึดครองอาณาจักรบักเครียและเมือพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชเข้ายึดครองเอเชียกลาง ผุ้คนในเอเซียกลางจึงมีบรรพบุรุษที่มีที่มาจากการปสมปสามระหวางซินเธียส์จากยุโรปกับพวกฮวน-นั้งจากตะวันออกซึ่งต่อมาเรียกพวกนี้ว่าอินโด-ซินเธียนส์ หรืออินโด-อารยัน

  

    ตามตำนานเล่าขานกันว่าบรรพบุรุษมองโกลนั้นคือ เจ้าชายหมาป่าสีนำเงิน และได้ครองคู่กับนางกวางสีขาว ซึ่งเอาจป็นการกล่าวเชิงเปรียบเทียบถึงชาติพันธุ์ โดยหมาป่าสีนำเงินนั้นอาจเปรียบคือชาวยุโรปที่อาศัยอยู่ในทุ่งราบสเตปป์ของไซบีเรีย ส่วนนางกวางสีขาวคือ ชาวเอเซียหรือพวกมองโกลลอยด์จึงทำให้เกิดต้นตระกูลมองโกล โดยมีหลักฐานทางชาติพันธ์ยืนยันว่าชาวมองโกลต่างจากชาวจีน..และเกาหลีตรงที่พวกเขามีผมสีโทนอ่อนเช่นนำตาลหรือแดง นัยน์ตาเป็นสีน้ำตาบอ่อนไปจนถึงสีเทา สีเขียน แม้แต่สีน้ำเงิน
          ชนเผ่ามองโกล ในคริสตศตวรรษที่ 11 ยังเป็นเพียงเผ่าเล็กๆ มีประชากรไม่กี่หมือนคน ซึ่งส่วนมากอาศัยอยู่บนทะเลทรายโกบี และบริเวณประเทศมองโกเลีย ในปัจจุบันในบริเวณทะเลทรายโกบีนี้มีชนเผ่าอื่นอีกนอกจากชนเผ่ามองโกลซึ่งมีชนเผ่าอาศัอยูนับร้อยเผ่าต่างภาษาต่างศาสนา วิธีการอยู่อาศัยของพวกเขาคือเลี้ยงสัตว์เพื่อให้เป็นอาหารหรือไม่ก็ล่าสัตว์เป็นอาหาร และมีกระโจมเป็นที่พัก
        ชาวมองโกลเป็นนักขี่ม้าที่ชำนาญ สิงที่นับถือตอนนั้นคือ ท้องฟ้าที่ให้แสงสว่างแม้น้ำที่ใช้เลี้ยงสัตว์ ภูเขาที่ให้ที่หลบภัยเมือมีเหตุไม่ดีก็อ้างถึงท้องฟ้าทำการบูชาท้องฟ้า ชาวมองโกลเป็นชนเผ่าแปลกหน้าร่อนเร่ใช้ชีวิตบนหลังม้าตะเวนหาทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ในดินแดนต่าง ๆ ทำให้กระทบกระทั่งกับเผ่าอื่นกระทั้งต้องรบกัน  สงครามจึงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวมองโกล
       มองโกลอยด์ เป็นเผ่าพันธุ์ของคนผิวเหลือง  ผสมดำเล็กน้อย ส่วนใหญ๋อาศัยในเอเชียตะวันออก คำว่า มองโกลอยด์ มาจาคำว่า มองโกล ซึ่งมีความหมาย่าเหมือนชาวมองโกล โดยฝรั่งหรือชนผิวขาวคอเคซอยด์ พบเห็นชาวมองโกลเป็นครั้งแรกเมื่อครั้ง จักวรรดิมองโกลขยายมายังดินแดนยุโรป ก่อนหน้นนั้น มีการแบ่งกลุ่มคนเป็น 2 กลุ่มคือ ผิวขาวกับผิวดำ เมืองเห็นชนชาตมองโกลรุกรานยังดินแดนของตน จึงตั้งชื่อพวนี้ว่า มองโกลอยด์ ตามชื่อจักรวรรดิ เนื่องจากเป็นชาติเดียที่รุกมายังดินแดนชนผิวขาวได้



fda1cb9df676b71
       ชนชาติมองโกล อาศัยอยู่รวม ๆ กันที่เขตปกครองตนเองในมองโกเลียตลอด ชนชาติมองโกลใช้ภาษามองโกลที่สังกัดตระกูลภาษาอัลไต คำว่ามองโกลมีขึ้นก่อนสิ้นสุดราชวงศ์ถัง เวลานั้นเป็นเพียงชื่อเผ่าชนหนึ่งในบรรดาเผ่าต่าง ๆ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดอยู่ที่เขตฝั่งตะวันออกแม่น้ำเออร์กูนา ต่อมาค่อยๆ ย้อยไปสู่ทางตะวันตกระหว่างเป่าชนต่าง ๆ พากันปล้นสะดมประชากร สัตว์เลี้ยงและสินทรัพย์จนได้เกิดสงครามระหว่างเผ่า อย่างไม่มีที่สิ้นสุด กระทั้ง เถี่ยมูเจิน หรือเตมูจิน ได้รับการสนับสนุนให้เป็นมหาราชชาวมองโกล ชือเจงกิสข่านได้สถาปนาประเทศมองโกเลียขึ้น ซึ่งเป็นต้นกำเนิชนชาติอันเข้ามแข็งเกรีงไกร มีความานคงและได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ปรากฎเป็นครั้งแรกนั้นคือชาวมองโกล …


     
     เตมูจิน เป็นลุกชายคนแรกของ เยซูไก และเฮ่อหลุน โดยชื่อ เตมูจินนั้นพ่อของเขาตั้งให้ตามชื่อของหัวหน้าเผ่า ที่เป็นอริ โดยวันที่เตมูจินเกิดเยซูไกสามารถปราบเตมูจิน อูกุร์ได้ และนำชื่อมาตั้งให้ลูกชาย เตมูจินมีพื่น้องร่วมมารดาเดียวกัน 4 คนและต่างแม่อีก 2 คน
    เจงกิสข่านสามารถรวมเผ่ามองโกล ที่มีอยู่มากมายหลายเผ่าเป็นสมาพันธ์ชาวเผ่าน..และต่อมารวมเป็นอาณาจักร โดยมีเตมูจิน หรือ เจงกีสข่านเป็นกษัตริย์องค์แรก
   โดยปกติชาวมองโกนับถือศษสนาพทธ และลัทธิ “เต็งกรี” หรือลัทธิบูชาเทพ ชาวมองโกเลีย นับถือเจงกิสข่า เป็นเทพองค์หนึ่ง..พระองค์ไม่ทรงขัดขวาง หรือกดขค่ศาสนาอื่ ในอมงโกเลียจึงมีทุกศานา แม้แต่ในพระบรมราชวงศ์ ก็มีผู้นับถือศาสนาเกือบทุกศาสนา

       “ คนแพ้ต้องตาย เพื่อที่คนชนะจะได้ความสุข” คือคำพูดอมตะจากนักรบบนหลังม้า ที่กล่าวกับกษัตริย์และเจ้ามือง ผู้ต่อต้านการบุกของเขา..
      ผู้ที่ต่อต้านหรือศัตรูของเขาแม้สถานที่ศักดิ์สิทธิเขาก็ไม่ปล่อย เจงกิสข่านสั่งเผ่าโบสถ์ด้วยเจ้าผู้ครองนครหนีเข้าไปหลบในโบสถ์ “ที่เผาโบสถ์ไม่ใช่เพราะลบหลู่พระเจ้า แต่เพราะคนเลวไปทำให้โบสถ์มัวหมองจึงต้องทำลายทิ้ง”
     การจัดขบวนทัพของเตมูจิน เป็นแบบเดินทัพไปเลี้ยงสัตว์…ไปด้วย เมื่อสั่งบุกโจมตีก็สามารถรวมพลได้เร็ว และสามารถเข้าตีได้อย่างรวดเร็ว
    เตมูจินยังเป็นผู้ที่บำรุงนักปราชญ์กล่าวคือ หากเข้าตีเมืองใดได้แล้วจะรวบรวมผู้มีความรู้ความสามารถและส่งกลับไปยังมองโกเพื่อเป็นทรัพยากรบุคคล..


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น