วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555

๋Jhuyaunjang

     กองทัพภายใต้การนำของจูหยวนจางบุกเข้ายึดจี๋ซิ่ง (นานกิงในปัจจุบัน) และเปลี่ยชื่อเป็นอิ้งเทียนฝู่ จากนั้นก็ค่อย ๆ ขยายกองำลังเรื่อย ๆ สามารถพิชิตกองทัพของเฉินโหย่วเลี่ยง เอาชนะกองกำลังจางซื่อเฉิง กระทั้งชนะกองกำลังตามแนวชายฝั่งเจ้อเจียงของฟังกั๋วเจิน ได้ จึงตั้นตนเป็นฮ่องเต้
       ในการปฏิบัติต่อขุนนางนั้น  แม้ในช่วงต้นของการสถาปนาราชวงศ์ จะมีกาปูนบำ1268621537เหน็จและพระราชทานตำแหน่งให้กับขุนนางที่มีผลงาน ทว่าเพื่อที่จะรวบอำนาจให้รวมศูนย์ไว้ที่องค์ฮ่องเต้ และการมีนิสัย ขี้ระแวง ทำให้ในรัชกาลหงอู่มีการประหารฆ่าขุนนางผู้มีคุณูปการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในกรณีสำคัญเช่นกรณี หูเหวยยง กับหลันอี้
    หูเหวยยงเป็นทหารในกองทัพติดตามจูหยวนจางที่เหอโจว เป็นที่ปรึกษาที่สำคัญตั้งแต่ก่อนจะครองราชย์ กระทั่งได้ดำรงตำแหน่งอัครเสนาบดีในเวลาต่อมา หูเหวยยงได้รับความโปรดปราฯจากมิงไท่จู่เป็นอย่างยิ่ง และเริ้มมีอิทธิพลและกุมอำนาจต่าง ๆ ไว้ในมือ มีขุนนางจำนวนมากที่มาเป็นสมัครพรรคพวกมากมาย จนมักทำการโดยพลการเสมอ  อาทิ ฎีกาที่เหล่รขุนนางเขียนถวายฮ่องเต้ หากมีฎีกาใดที่ไม่เป็นประโยชน์กับตนก็จะไม่ยอมถวายขึ้นไป
     หูเหวยยงถูกกล่าวหาว่ามีความคิดเป็นกบฎ หมิงไท่จู่รับสั่งให้ประหารหูเหวยยงพร้อมทั้งถือโอกาสใหนการกวาดล้างวงศ์ตระกูลและสมัครพรรคพวกทั้งหมด นอกจากนั้นภายหลังยังมักจะอาศัยข้ออ้างการเป็นพรรคพวกของหูเหวยยงเป็นอาวุธในการปกคีอง คือ เมื่อระแวงสงสัยผู้ใด ทั่คาดว่าอาจจะเป็นภัยต่อราชบัลลังก์ ก็จะถูกประหารด้วยข้อกล่าวหาดังกล่าว
     หลันอี้ เป็นแม่ทัพที่สร้างผลงานในการศึกอย่างมากมาย  จนได้รับการพระราชทานบรรดาศักดิเป็นเหลียงกั๋วกง แต่ด้วยความถือดีที่มีผลงาน จึงใช้อำนาจบาตรใหญ๋ ไม่รักษากฎหมาย และไม่รักษาธรรมเนียมจารีตของความเป็นขุนนางกับฮ่องเต้ ภายหลังถูกจับตัวในข้อหาเตียมก่อการกบฎ โดยการลงโทษในครั้งนี้มีผู้ถูกประหารกว่า หมื่นห้าพันคน
      จากความระแวงนั้น imagesหลังจากเกิดเหตุการทั้งสองแล้ว จูหยวนจางจึงสั่งยกเลิกระบบอัครเสนาบดี แล้วแบ่งอำนาจการปกครองออกเป็น 6 กระทรวงแต่ละทรวงมีเจ้ากระทรวง หนึ่งคน กับผู้ช่วยอีก สองคน และทั้ง6 กระทรวงขึ้นตรงต่อฮ่องเต้ และจากความระแวงนี้ ทำให้กิดการจัดตั้งหย่วยงานสำคัญในการตรวจสอบ คือ สำนักงานตรวจการ และหย่วยงานองครักษ์เสื้อแพรา เพื่อให้เป็นหย่วยงานพิเศษในการตรวจสอบขุนนางในราชสำนักและราษฎรทั่วราชอาณาจักร จากนั้นทรงแต่งตั้งพระโอรสให้ไปเป็นเจ้ารัฐประจำอยู่ในหัวเมืองต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายหนึ่งเพื่อเพิม่ความแข็งแกร่งและศักยภาพในกาป้องกันชาวมองโกลจาทางเหนือ และอีด้านหนึ่งเป็นมาตรการป้องกันการร่วมมือระหว่างเหล่าองค์ชายกับขุนนางกังฉินในชสำนักเพื่อชิงราชบัลลังก์ และมีการป้องกันการใช้อำนาจบาตรใหญ่ขององค์ชายต่างๆ จึงบัญญัติไว้ว่า หากมีความจำเป็นให้สามารถถอดถอนจากเจ้ารัฐเหล่านี้ได้

    มาตรการต่างๆ นี้ เป็นการสร้างระบบรวบอำนาจแบบเบ็ดเสร็จขึ้น โดยเฉพาะการยกเลิกตำแหน่งเสนาบดี ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบสังคมการปกครองจีน 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น