วันศุกร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Sun Wu :Lesson 5

     อันการปกครองไพร่พลมาก ให้เสมือนหนึ่งปกครองไพร่พลน้อย ก็ด้วยการจัดกำลังพล การบัญชาไพร่พลมาก ให้เสมือนหนึ่งบัญชาไพร่พลน้อย ก็ด้วยการจัดอาณัติสัญญาณ
     ไพร่พลสามทัพมิพ่ายเมือสู้ข้าศึก ก็ด้วยการรบสามัญและพิสดารการุกรบข้าศึกา ประหนึ่งเอาหินทุ่มไข่ ก็ด้วยการใช้แข็งตีอ่อน

     อันการรบนั้น สู้ศึกด้วยรบสามัญ ชนะด้วยรบพิสดารฉะนั้นผู้สันทัดการรบพิสดาร จักไร้สิ้นสุดดุจฟ้าดิน จักมิเหือดแห้งดุจสายน้ำ จักหยุดหรือหวนรบดุจเดือนตะวัน จักตายหรือกลับฟื้นดุจฤดูกาล
     เสียงมีเพียงห้าเสียง ห้าเสียงพลิกผัน จึงฟังมิรู้เบื้อ
     สีมีเพียงห้าสี ห้าสีพลิกผัน จึงดูมิรู้หน่าย
     รสมีเพียงห้ารส ห้ารสพลิกผัน จึงลิ้มมิรู้จาง
     สถานะศึกมีเพียงสามัญ และพิศดาร สามัญและพิศดารพลิกผัน จึงเห็นมิรู้จบ สามัญและพิศดารพัวพันหันเหียน ดุจวงกลมที่มิมีจุดเริ่มต้น จักมีที่สิ้นสุดได้ไฉน ?
     ความแรงของกระแสน้ำไหลเชี่ยว สามารถพัดหินลอยเคลื่อน นี้คือพลานุภาพ
     ความเร็วยามเหยี่ยวบินโฉบ สามารถพิชิตส่ำสัตว์ นี้คือช่วงระยะ
     เหตุนี้ ผู้สันทัดการรบ จึงมีพลานุภาพเหี้ยมหาญ มีช่ววงระยะสั้น พลานุภาพเหมือนหนึ่งเหนี่ยวน้าวเกาทัณฑ์  ช่วงระยะเหมือนหนึ่งปล่อยเกาทัณฑ์สู่เป้าหมาย

     การรบจักซับซ้อนสับสน แม้อลหม่านก็มิควรระส่ำระสายการรบจักชุลมุนวุ่นวาย หากขบวนทัพเป็นระเบียบก็จะมิพ่าย
     ความวุ่นวายเกิดจากความเรียยบร้อย ความขลาดกลัวเกิดจากความกล้าหาญ ความอ่อนแอเกิดจากความเข้มแข็ง จักเรียบร้อยหรือวุ่นวาย อยู่ที่การจัดกำลังพล จักกล้าหาญหรือขลาดกลัว อยู่ที่พลานุภาพ จักอ่อนแอหรือเข้มแข็ง อยู่ที่รูปลักษณ์การรบ

     ฉะนั้น ผู้สันทัพการเคลื่อนทัพข้าศึก พึงสร้างรูปลักษณ์ให้ข้าศึกต้องคล้อยตาม พึงวางเหยือล่อ ให้ข้าศึกรีบฉวย ให้หวั่นไหวด้วยผลประโยชน์ จึงพิชิตด้วยกำลัง
      ฉะนั้น ผู้สันทัพการรบ พึงแสวงหาจากพลานุภาพ มิพึงเรียร้องจากผุ้อื่น จึงจะสามารถเลือกเฟ้นคนซึ่งใช้พลานุภาพเป็นผู้ใช้พลานุภาพจักประหนึ่งรุนท่อนซุงและก้อนหิน ธรรมชาติของท่อนซุงและก้อนหิน อยู่ที่ราบก็นิ่ง อยู่ที่ลาดก็เคลื่อน ที่เป็นเหลี่ยมก็หยุดที่กลมเหลี้ยงก็กลิ้ง พลานุภาพของผุ้สันทัดการรบ จึงประดุจผลักหินกลมลงจากภูเขาสูงแปดพันเซียะ นี้ก็คือพลานุภาพ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น