วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

House of Habsburg




     ราชวงศ์ฮัมบูร์ก เป็นราชวงศ์ที่สำคัญที่สุดราชวงศ์หนึ่งในทวีปยุโรป ราชวงศ์นี้ได้ปกครองประเทศสเปนและประเทศออสเตรีย รวมเวลาทั้งหมดถึง  6 ศตวรรษ แต่ที่รู้จักกันดีมากที่สุดคือ การปกครองในตำแหน่งของ จักรพรรดิ์โรมันอันศักดิ์สิทธิ์หลังจากได้มีการสถาปนาจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา ราชวงศ์นี้ได้ปกครองรัฐและประเทศต่าง ๆ ถึง 1,800 รัฐ
     ราชวงศ์ฮับบูร์ก เป็นชื่อที่ตั้งมาจาก ปราสาทฮับส์บูร์ก หรือที่ชาวสวิตรู้จักในนาม ฮอร์ก คาสเทิล เมื่อประมาณศตวรรษที่ 12 ซึ่งในช่วงแรก พระราชวงศ์ทรงประทับที่แค้วนสวาเบีย (ปัจจุบันคืออาร์กอว์ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งขณะนั้น เป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์) จากนั้นราชวงศ์ได้ขยายอำนาจตั้งแต่เมืองอัลเซส,ไบรส์กอว์,อาร์กอว์,และธูร์กอว์(ปัจจุบัน อยู่ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี)และในที่สุดก็สามารถมีอำนาจปกครองจักรวรรดิได้ทั้งหมด โดยตั้งเมืองหลวงคือกรุงเวียนนา(ปัจจุบันคือเมืองหลวงของประเทศออสเตรีย)
     ด้วยการอภิเษก ราชวงศ์ทรงแผ่ขยายอำนาจทรงนำประเทศต่าง ๆ มาผนวกรวมกับจักรวรรดิ เช่น จักรพรรดิมักซีมีเลียนที่ 1 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ได้ทรงอภิเษกสมรสกับเจ้าหฐิงแมรีแห่งเบอร์กันดี องค์รัชทายาทหญิงแห่งเบอร์กันดี  พระโอรสของทั้งสอง คือ พระเจ้าเฟลีเปที่ 1 แห่งกาสตีล หรือ “เฟลีเปผู้หล่อเหลา” ทรงอภิเษากับเจ้าหญิงฮวนนาแห่งสเปน องค์รัชทายาทหญิงแห่งสเปน พระราชโอรสของทั้งสองพระองค์ จักรพรรดิ์คาร์ลที่ 5 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ ทรงนำสเปน และพื้นที่ทางตอนใต้ของอิตาลีมาผนวกกับจักวรรดิ และพระราชโอรสของพระองค์ พระเจ้าเฟลิเปที่ 2 แห่งสเปน ทรงผนวกโปรตุเกสรวมเข้าเป็นอาณานิคม
   - สมาชิกราชวงศ์ฮับบูร์กได้แต่งงานกับทายาทของรัฐหรือเเคว้นต่าง ๆ ทำให้รุ่นต่อๆ มา เชื้อสายของราชวงศ์ฮับบูร์กจึงมีอำนาจปกครองดินแดนกว้างขวางตั้งแต่ออสเตรีย เนเปิล ชิชิลี ซาร์ดิเนียและ “กลุ่มประเทศแผ่นดินต่ำ” จากยุทธการโมเฮ็คส์ทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 2 แห่งฮังการีผู้เป็นพระญาติของพระจักรพรรดิเฟอร์ดินานด์สิ้นพระชนม์ในสมรภูมิ จักรพรรดิเฟอร์ดินานด์จึงทรงขยายอาณาเขตโบฮีเมียและส่วนหนึ่งของฮังการีที่ไม่ได้ถูกจักรวรรดิออตโตมัน ยึดครอง ราชวงศ์ฮับบูร์กได้ขยายอิทธิพลไปยังฮังการี ทำให้ยากที่จะปกครองได้ทั่วถึง รวมทั้งมีภัยรุกรานจากชาวเติร์ก ซึ่งนำไปสู่สงครามสิบสามปี หรือสงครามยาว
     จักรพรรดิชาลส์ที่ 5 กับอาร์ซดุกส์เฟอร์ดินานได้ทำกติกาสัญญาแห่งวอร์มและกติกาสัญญาแห่งบรัสเซลล์แยกดินแดนของราชวงศ์ฮับบูร์กเป็นสองส่วยแบ่งกันปกครอง ทำให้ราชวงศ์ฮับบูร์กแยกเป็นสองสาขาใหญ่คือสายสเปนและสายออสเตรีย การแบ่งแยกสมบูรณ์เมือจักรพรรดิชาลส์ที่ 5 สวรรคต และเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นมหาอำนาจใจกลางยุโรปของออสเตรีย
     ออสเตรียและเหล่าแค้วนสายราชวงศ์ฮับบูร์ก ได้รับผลกระทบอย่างมากในการปฏิรูปศาสนา แม้ว่า เหล่าผุ้นำฮับบูร์กจะบังคงนับถือนิกายโรมันคาทอลิก แต่แค้วนต่าง ๆ เปลี่ยนมานับถือลูเธอรัน ซึ่งพระจักรพรรดิเฟอร์ดินานด์ที่1  และเหล่ารัชทายาททรงอดทนอดกลั้นต่อเรื่องนี้มากอย่างไรก็ตามการปฏิรูปย้อนกลับ และลัทธิเยซูอิด มีอิทธิพลมาก
     อาร์ชดยุกเฟอร์ดินานด์ได้รับเลือกให้สืบราชบัลลังก์พระจักรพรรดิต่อจากพระญาติคือ พระจักรพรรดิแม็ทไธยัส และด้วยความี่ที่จักรพรรดิเฟอร์ดินานด์ที่ 2 ทรงเป็นผู้เคร่งในศาสนาอยางแรงกล้าและดื้อรั้นทได้ทรงเป็นที่รู้จักกันมาก พระองค์ทรงดำเนินการฟื้นฟูคาทอลิก
     ไม่เพียงเฉพาะแคว้นรัชทายาทแต่โบฮีเมียและฮับบูร์กออสเตรียมีผู้นับถือโปรแตสแตนต์มากที่สุดในจักวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ด้วยความเป็นผุ้แข็งกร้าวและไม่ประนีประนอมทรงนำพาอาณาจักรเข้าสู่สงครามสามสิบปี
     หลังจากสงครามสามสิบปีระหว่างรัฐที่นับถือศาสนาคริสต์ คาทอลิก และโปรแตสแตนท์สิ้นสุดลง อำนาจของประมุขออสเตรียในฐานะจักรพรรดิของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ได้ด้วยลง แต่เมือออสเตรียเป็นผู้นำในการทำสงครามกับชาวเติร์กจนยับยั้งความพยายามในการยึดกรุงเวียนนาสำเร็จ และขับไล่ชาวเติร์กที่ยึดครองกรุงบูดาเมืองหลวงของฮังการีสำเร็จ ขุนนางฮังการีจึงมอบอำนาจการปกครองให้แก่ราชวงศ์ฮับบูร์ก
     ราชวงศ์ฮับบูร์กสายสเปนสิ้นสายลง เกิดสงครามการสืบราชบัลลังก์สเปน ระหว่งฝรั่ง่เศสกับออสเตรีย สงครามสิ้นสุดลงโดยการยอมรับสิทธิของราชวงศ์บูร์บงในการปกครองสเปน โดยออสเตรียได้ปกครองเนเธอร์แลนด์ของสเปน(เบลเยียมในปัจจุบัน)และดินแดนในคาบสมุทรอิตาลีที่เคยเป็นของราชวงศ์ฮับบูร์กสายสเปน
     ปัญหาสำคัญของราชวงศ์ฮับบูร์กคือการขาดรัชทายาทที่เป็นชาย กระทั่งสมัยจักรพรรดิชาลส์ที่ 6 ซึ่งไม่มีราชโอรสได้ทำข้อตกลงในพระราชกฤษฎีกา กับประเทศต่างๆ เพื่อค้ำประกันสิทธิของพระราชธิดา และเมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ พระธิดาคืออาร์ชดัชเชสมาเรีย เทเรซาขึ้นครองราชแทน พระเจ้าเฟรเดริก วิลเลียมที่ 2 แห่งปรัสเซีย เห็นเป็นโอกาสจึงเข้ายึดครองแค้วนไซลีเซียของออสเตรีย ทำให้เกิดสงครามสืบราชบัลลังก์ออสเตรียขึ้น ออสเตรียเป็นฝ่ายชนะ พระเจ้าเฟรเดริก วิลเลียมที่ 2 ยินยอมสนับสนุนดุ๊กฟรานซิส สตีเวนแห่งลอร์แรน สวามีของอาร์ชดัชเชสมาเรีย เทเรซาขึ้นเป็นจักรพรรดิของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ออสเตรียภายใต้การปกครองของจัรพรรดินีมาเรีย เทเรซาและพระโอรสคือจักรพรรดิโจเซฟที่ 2 มีความก้าวหน้าและเริ่มขยายอำนาจของออสเตรียไปทางยุโรปตะวันออก และได้ดินแดนเพิ่มขึ้นจาการเข้าไปร่วมแบ่งโปแลนดืครั้งทึ่ 1 และรัสเซียกับ ปรัสเซีย และครั้งที่ 3 นอกนั้นยังได้ดินแดนบูโดวินซ์จากจักรวรรดิออตโตมัน
     หลังปฏิวัติฝรั่งเศส ออสเตรียพยายามช่วยเหลือพระนางมารี อองตัวเนตซึ่งเป็นสมชิกราชวงศ์ฮับบูร์ก ทำให้เกิดสงครามระหว่าฝรั่งเศสกับออสเตรีย ซึ่งเรียกว่าสงครามปฏิวัติฝรั่งเศสและสงครามนโปเลียน ผลของสงครามออสเตรียเป็ยฝ่ายพ่ายแพ้ เสียดินแดนมากมาย การขยายตัวของจักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 1 ทำใหจักรพรรดิฟรานซิสที่ 2 แห่งออสเตรียตัดสินใจแยกตัวออกจากจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ยกดอนแดนออสเตรียเป็น จักรวรรดิออสเตรียสถาปนาพระองค์เองเป็นจักรวรรดิฟรานซิสที่ 1 แห่งจักรวรรดิออสเตรีย และสละตำแหน่งจักรพรรดิของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีผลให้การดำรงอิสริยยศจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์ฮับบูร์กสิ้นสุดลง

สงครามสามสิบปี

       เป็นสงครามที่ก่อให้เกิดความเสียหายมากในประวัติศาสตร์ยุโรป สงครามส่วนใหญ่ต่อสู้กันในเยอรมนีและมีผู้เข้าร่วมเกือบทุกประเทศในยุโรป และยังทางทะเลที่การต่อสู้ขยายไปในบริเวณโพ้นทะเลที่มีผลในการวางรากฐานขอการก่อตั้งรัฐในอนาคต  ในครั้งเริ่มแรกเกิดจากความขัดแย้ง ระหว่าง โปรเตสแตนต์ และ โรมันคาทอลิก ในจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ และความขัดแย้งทางอำนาจทางการเมืองในจัรวรรดิซึ่งเป็นส่วนสำคัญและนำมาสู่ความขัดแย้งของอาณาบริเวณต่างๆ ทั่วยุโรปในช่วงการต่อสู้ทั่วไปเป็นสงครามที่ต่อเนื่องจากสงครามความขัดแย้งระหว่างฝรั่งเศสกับราชวงศ์แฮ็ปส์เบิร์ก(ราชวงศ์สำคัญราชวงศ์หนึ่งในยุโรป ปกครองประเทศสเปนและประเทศออสเตรีย แต่ที่รู้จักกันเป็นอย่างดี คือการปกครองในตำแหน่างของ จักรพรรดิ์โรมันอันศักดิ์สิทธิ์) ในการเป็นมหาอำนาจในยุโรปและก็บานปลายกลายเป็นสงครามที่ไม่มีเหตุผลทางศาสนาเข้าไปยุ่งเกี่ยว การต่อสู้ส่วนใหญ่เป็นการต่อสู้โดยกองทัพทหารรับจ้างที่ทำความเสียหายอย่างใหญ่หลวงสู้บริเวณที่มีการต่อสู้ และเป็ผลทำให้เกิดความอดอยากและโรคระบาด ที่ทำให้จำนวนวประชากรของรัฐต่าง ๆ ในเยอรมนีลดลงและทำให้เกิดการสูญเสียอำนาจในหลายบริเวณ สาเหตุข้อขัดแย้งของการต่อสู้ไม่ได้รับการแก้ไข สงครามสามสิบปียุติด้วย สนธิสัญญามุนสเตอร์ ที่เป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาเวสต์ฟาเลีย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น