วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

WWII:Arika Korps

     สมรภูมิแอฟริกา ในแอฟริกาเหนือ “ลิเบีย” เป็นอาณานิคมของอิตาลีและ “อียิปต์” ซึ่งมีพรมแดนติดกันเป็นอาณานิคมของจัรวรรดิอังกฤษ จึงทำให้กองทัพอิตาลีและอังกฤษเริ่มทำสงครามกันอย่างเต็มรูปแบบ สมรภูมิแอฟริกาเป็นพื้นดินโล่งสุดลูกหูลูกตา ไม่มีที่กำบัง ไม่มีพลซุ่มยิง สู่กันด้วยกองพลยานเกราะและยุทธวิธี เป็นการประจันหน้า โดยมีกลยุทธเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินแพ้ชนะในกานยุทธแต่ละครั้ง
    รอมเมลเป็นหนึ่งในนายพลไม่กี่คนที่ได้รับการยอมรับนับถือทั้งจากทหารเยอรมันและฝ่ายสัมพันธมิตร ชื่อของรอมเมลสามารถทำให้ฝ่ายตรงข้ามถึงขั้นสติแตกเมืองรู้ว่าจะต้องรบกับ ทัพ Arika Kops ที่บัญชาการโดยนายพล รอมเมล เพราะคิดว่าไม่สามารถเอาชนะได้ ขวัญกำลังใจของทหารอังกฤษยิ่งทรุดหนักเมื่อนายพล วิลเลี่ยม ก็อทผู้บังคับบัญชา กำลังหลักของอังกฏษคือ “กองทัพที่ 8” เสียชีวิตจากการที่เครื่องบินโดยสารถูกทัพอากาศเยอรมันยิงตก และเป็นการเปิดโฉมหน้าคู่ปรับคนสำคัญของรอมเมล คือ นายพล “เบอร์นาร์ด มอนโกมอรี่”
     สมารภูมิอียิปต์ ฮิตเลอร์แต่งตั้ง รอมเมลขุนพลหนุ่มแห่งเยอรมันเป็นผู้บัชาการกองทัพรถถัง 2 กองพลแล้วสั่งให้ให้มาช่วยการปราชัยของอิตาลีให้เร็วที่สุด รอมเมลประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว กองทัพอังกฤษหยุดทัพเนื่องจากรัฐบาลอังกฤษสั่งให้หยุดทัพ  รอมเมลจึงตัดสินใจใช้กำลังที่มีอยู่ในขณะนั้นเข้าโจมตี การวิเคราะห์สถานะการณ์ที่แม่นยำแสดงออกให้เป็นในวันที่ 2 เมษา 1941 รอมเมลเริ่มบุกต่อไปทั้งๆ ที่มีคำสั่งให้หยุดเป็นเวลา 2 เดือน โดยบุกทั้งที่มีรถถังเพียง 50 คัน อับทหารอิตาลีซึ่งส่งเข้ามาใหม่ เพียง 2 กองพลเท่านั้น กอังกฤษนอกจากจะต้องถอนตัวออกไปจากเบงกาห์ซีแล้ว ในวันต่อมาต้องถอนตัวเข้าไปในอียิปต์ระหว่างทางที่อังกฤษถอยหนีกองทัพของรอมเมล อังกฤษต้องสูญเสียรถถังไปเป็นจำนวนมากและในวันที่ 7 เมษา กองทัพรถถังจำนวนมากของอังกฤษที่เมชิลีต้องยอมแพ้กองทัพของรอมเมล และในวันที่ 11 เมษา ทุกแห่งในไซเรนา ยกเว้นโทรบรุค ถูกกองทัพของรอมมเลยึดครอง
ทั้งหมด
     กองกำลังแพนเซอร์ Panzer ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการ บลิทคลิทซ์ Blktakrieg ซึ่งมีความเร็ว(speed) ยกพลขึ้นบกที่แอฟริการเหนือ รอมเมลใช้หน่วยนานเกราะที่ชื่อในการรบนามว่า กองพลยานเกราะที่ 21  The 21st Panzer Division ซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อหน่วนว่า กองพลเบาที่ 5 ร่วมกับหร่วย Panzer คือกองพลยานเกราะที่ 15 และกองพลเบาที่ 50 โจมต เอลกากลีล่า แม้ว่าทหารเยอรมัน จะติดอยู่ในสนามทุ่นระเบิดของฝ่ายอังกฤษ แต่ด้วยความตกใจ ฝ่ายอังกฤษทำอะไรไม่ถูกกลับเป็นฝ่ายถูกเยอรมันโจมตีและยึดที่หมาย
      สมรภูมทะเลทรายด้านตะวันตก 18 พฤศจิกายน 1941 กองกำลังอังกฤษเข้าโจมตีกองทัพรถถังของรอมเมลอย่างรุนแรงใน "ปฏิบัติการศักดิ์สิทธิ์" อังกฤษมีจำนวนรถถังมากว่าถึง 2:1 เคื่องบินสนับสนุน 4:1 แต่รถถังของรอมเมลบางคันติดปืนขนาดใหญ่กว่าและทุกเชียวชาญในการรบ การบุกของอังกฤษจึงไม่เกิดผล อังกฤษานำกำลังรถถังมาเสริมเพื่อให้มีจำนวนมากขึ้น อังกฤษทำการกดดันเยอรมันอย่างหนักตลอดสองสัปดาห์ รอมเมลจำต้องถอนกองทัพออกจากไซเรนนิกาเข้าไปยังอาเกบาเดีย รอมเมลทำการเสริมสร้างกองทัพตนให้เข้มแข็งและพร้อมที่จะผลักดันอังกฤษ โดยที่อังกฤษยังเข้าใจว่ากองทัพเยอรมันยังคงบอบช้ำจากการโจมตีครั้งก่อนรอมเมลชิงจะหวังลงมือโจมตีอังกฤษก่อนกระทั่งกองทัพอังกฤษต้งอถอยหนีไปยังแนวป้องกันกาซาลาทางตะวันตกของป้อมปืนโทรบรุค

     กองทัพของทั้งสองฝายต่างเร่งสร้างเสริมกำลัง กองทัพอังกฤษได้รับคำสังให้โจมตีกองทัพรอมเมลและเป็นอีกครั้งที่รอมเมลลงมือตัดหน้าก่อนทัพอังกฤษ การบุกโจมตีครั้งแรกของรอมเมลสามารถทำลายรถถังของอังกฤษตรงจุดอ่อนไ้ด้จำนวนหนึ่ง แต่ไม่สามารถตีฝ่าเข้าไปถึงชายฝั่งทะเลหลังแนวกาลาซา นอกจากนี้ กองทัพที่ 8 ของอังกฤษยังมีรถถังแกรนท์แบบใหม่ผลิตในอเมริกาไว้ใช้ ตอิปืนขนาด 75 มม.ซึ่งสร้างความตระหนกในแก่รอมเมล การปะทะกันเป็นไปอย่างดุเดือด ในเวลาต่อมารอมเมลบำเข้าโจมตีอีกครั้งแต่ไม่สามรถฝ่าเข้าไปถึงชายฝั่งทะเลได้  รอมเมลจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายตั้งรับ ซึ่งตรงนี้่ได้ผล การบุกโจมตีของฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นการเข้าโจมตีของรถถังกลุ่มเล็กๆ ซึ่งง่ายต่อการทำลายแนวโจมตี ในขณะที่รอมเมลสร้างความปลอดภัยให้กับส่วนหลังของกองทัพของตนกับเส้นทางลำเลียงปัจจัยโดยการสกัดรถถังอังฏฟษไว้ที่ ไซได มุฟตาห์ และบริอากีบ
     ก่อนการรบอังกฤษมีรถถัง 700 คันและรถถังสำรอง 200 คันโดยที่รอมเมลมีรถถัง 545 คัน มิถนายนจำนวนรถถังอังกฤษเหลือเพียง 170 คันหลังจากการใช้ยุทธวิธีของรอมเมลในการตั้งรับที่แนวคอลดรอน และรถถังสำรอง 200 คันถูกกองทัพรอมเมลถล่มจนพินาศ  13 มิถุนายน 1942 อังกฤษเหลือรถถังเพียง 70 คันในขณะที่รอมเมลพร้อมรถถังที่เหลืออีก 150 คันกลายเป็นเจ้าสมรภูมิในที่สุด
   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น