วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

WWII:Kursk

     กองทัพเยอรมันสูญเสียอย่างหนัก และกองพลที่ 6 ในสตาลินกราดถูกบีบให้ยอมจำนนแนวรบด้านตะวันออกถูกผลักดันไปยังบริเวณก่อนการรุกในฤดูร้อน การตีโต้ของโซเวียตหยุดชะงัก กองทัพเยอรมันโจมีตีอาร์คอฟอีกครั้งเกิดเป็นแนวรบที่ยื่นเข้าไปในดินแดนของโซเวียตรอบเคิสก์
    กองกำลังเยอรมันและโซเวียตเผชิญหน้ากันในแนวรบด้านตะวันออก บริเวณย่านชานนครเคิสก์ ห่างจากกรุงมอสโกไปทางใต้ ซึ่งเป็นชุดปฏิบัติการสงครามยานเกราะที่ใหญ่ที่สุด รวมถึงยุทธการโปรโฮรอฟกา และการสงครามทางอากาศวันเดียวราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ เป็นยุทธการครั้งสุดท้ายของเยอรมันที่ดำเนินการในยุทธภูมิด้านตะวันออก ชัยชนะที่เด็ดขาดของโซเวียตเป็นผลให้กองทัพแดงมีการริเริ่มทางยุทธศาสตร์ในช่วงที่เหลือของสงคราม




- เยอรมัน
    เนื่องจากความพ่ายแพ้ในสมรภูมิสตาลินกราดแนวรบด้านรัสเซียจึงเปลี่ยนแปลงไปมากนับจากเริ่มปฏิบัติการบาร์บารอสซา จึงมีการวางแผนการรุกครั้งใหญ่ที่เคิสก์
     ฮิตเลอร์ต้องการจะทำลายกองทัพรัสเซียในบริเวณส่วนที่ยื่นเข้ามา จึงวางยุทธการ ซิทาเดล Citadel เพื่อโจมตีกองทัพรัสเซีย ด้วยกำลังจำนวนมาก Salient หรือส่วนของกองทัพรัสเซียที่ยื่นเข้าในเขตเยอรมัน ซึ่งฮิตเลอร์ต้องการทำลายกองทัที่อยู่ในส่วนนี้ให้หมดไป ด้วยการให้กองทัพเยอรมันที่อยูด้านบนตีลงมา และกองทัพเยอรมันที่อยู่ด้านล่างตีขึนไปแล้วบรรจบกัน ซึ่งประสบผลสำเร็จ ทหารรัสเซียส่วนที่ยื่นเข้ามา จะถูกตัดขาดและถูกโอบล้อม อย่างไรก็ดี นายพลเยอรมัน  เห็นว่า เยอรมันยังไม่พร้อมที่จะทำการรุดใดๆ ในขณะนั้น แต่ฮิตเลอร์ยังคงยืนกรานที่จะเปิดยุทะการซิทาเดล ฮิตเลอร์หวังว่า การรบครั้งนี้จะเปลียนแปลงสงครามทางด้านตะวันออกได้อย่งสิ้นเชองอีกทั้งจะเป็นการหยุดการรุกคืบของรัสเซียเข้ามาดินแดนเยอรมัน
     ทางฝ่ายเยอรมันประกอบด้วยทหาร กว่า 900,000 นาย รถถังกว่า 2,700 คัน ปืนใหญ่อีกกว่า 10,000 กระบอก ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ล่วงรู้ถึงฝ่ายรัสเซีย
     รัสเซียจึงเตรียมกำลังพลกว่า 1,700,000 นาย รถถังกว่า 3,300 คัน ปืนใหญ่อีกกว่า 20,000 กระบอกและเครื่องบินอีกกว่า  2,000 ลำ กับระเบิดกว่าครึ้งล้านลูก พร้อมด้วยแนวรบ 6 ชั้น ประกองด้วยสนามเพลาะ แนวทุ่นระเบิด คูดักรถถัง โดยเมื่อแนวแรกถูกทำลาย กำลังพลจากแนวแรกจะถอยไปสมทบกับแนวที่สอง ระหว่างที่เยอรมันเคลื่อนที่จากแนวแรกไปแนวสอง จะพบกับการระดมยิงด้วยปืนใหญ่อย่างหนัก เมือถึงแนวที่สอง ทหารเยอรมันจะเริ่มบอบช้ำ ในขณะที่ทหารรัสเซียจะมีกำลังพลจากแนวแรกมาเพ่มจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น สรุปก็คือ ยิ่งรุกก็จะทำให้กำลังอ่อกล้า ในขณะที่การตั้งรับจะเข้มแข็งขึ้น
     การจัดรูปขบวนรถถังของเยอรมันเป็น 2 รูปแบบ แบบแรกใช้ แพนเซอร์ 6-Tiger  เป็นกำลังหลักอยูตรงกลาง ของรูปขบวน มีแพนเซอร์ 5 แพนเทอร์ อยู่ที่ปีกทั้งสองข้าง รูปแบบที่สอง แพนเซอร์ 4 แพนเทอร์ เป็นกำลังหลักอยูส่วนกลางของรูปขบวน และ แพนเซอร์ 3 แพนเซอร์ 4 เป็นกำลังส่วนปีกทั้งสอง ซึ่งเป็นรูปขบวนที่ทรงประสิทธิภาพมาก อำนาจการยิงอยู่ตรงกลาง เหมาะกับการเจาะแนวตั้งรับของรัสเซีย รถถังมีวามเร็วอยู่ปีก พร้อมจะโอบล้อม เข้าตีตลบ แลพทำลายกำลังที่ถูกโอบล้อม
     ข้อบกพร่องคือ แพนเซอร์ 5 แพนเทอร์ ทีเครื่องยนต์ที่วางใจไม่ได้ เพราะเพิ่งออกจากโรงงาน การตรวจสอบไม่เพียงพอ และ แพนเซอร์ 6 ไทเกอร์ ช้าเกินไปในสมรภุมิที่เป็นทุ่งโล่ง ปกคลุ่มด้วยทุ่งหญ้าและไร้ข่าวโพด ในสมรภูมิ เคิสก์แนวรับรัสเซียสามารถมองเห็นรถถังเยอรมันได้ในระยะไกล
   ในการรุกของเยอรมัน ในวันที่ 5 มิถุนา รัสเซียสืบรู้ความเคลื่อนไหวของเยอรมัน จึงเตรียมการต้อนรับด้วยระดมยิงด้วยปืนใหญ่ เพื่อทำลายการเตรียมเข้าตี กำลังพลเยอมรันเกิดการสับสนอย่างหนัก แตก็สามารถปรับกำลังได้อย่างรวดเร็วและทำการรุกไปข้างหน้า ทุ่นระเบิดทำความเสียหายให้แก่กองรถถังเยอรมันเป็นอย่างมาก
     SS ที่ 3 เป็นกองพลที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สามารถรุกคืบไปได้ มากแต่ก็สูญเสียอย่งหนัก เอส เอสที่ 1 และ 2 เสียหายอย่างหนักและรุกคืบหน้าได้ไม่มาก ทหารยานเกราะ เอส เอส ทำการรบอย่างห้าวหาญ ในที่สุดกำลังยานเกราะของทั้งสองฝ่ายก็พบกันที่เมือง Prokhorvka และเริ่มทำการรบกันอย่างหนักหน่วง แลยคนเชื่อว่าการรบนี้เป็นการรบทางรถถังที่ใหญ่ที่สุดในโลกนับแต่มีการต่อสู้ด้วยรถถังมา ความสูญเสียของทั้งสองฝ่ายเสียหายหนักทั้งคู่
     แต่เมื่อการรบยืดยาวออกไปรัสเซียก็ทุ่มเทกำลังทั้งหมดในการต่อต้านเยอรมัน  ในวันแรก เอส เอสรุกได้ไม่มากนัก  13 มิถุนายน ฮิตเลอร์สั่งยกเลิกยุทธการ Citadel เนื่องมาจากความสูญเสียที่เพื่มมากขึ้นของเยอรมัน ผู้เสียชีวิต กว่า แสนคน โดยฝ่ายรัสเซีย กว่า 250,000 คน และบาดเจ็บกว่า 600,000 คนรถถังรัสเซียกว่าครึ่งที่เข้าร่วมสงครามถูกทำลาย การสูญเสียของเยอรมันยากที่จะหากำลังทดแทนได้ ซึ่งต่างจากรัสเซียที่พร้อมและเตรียมกำลังจะมาเสริมอีกมหาศาล



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น