วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

WWII:Oparation Babarossa

     เป็นชื่อรหัสสำหรับแผนการบุกสหภาพโซเวีตของนาซีเยอรมนี ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ปฏิบัติการเริ่มในวันที่ 22 มิถุนายน 1941 ซึ่งถูกตั้งตามพระนามของจักรพรรดิฟรีดริซ บาร์บารอสซา แห่งจักรวรรด์โรมันอันศักดิ์สิทธิ์ผู้นำสงครามครูเสดครั้งที่สาม
     วัตถุประสงค์คือการพิชิตสหภาพโซเวียตทางภาคพื้นยุโรปทั้งหมด ตามแนวเส้นระหว่าง อัคอังเกลส์ก ที่อยู่ทางตอนเหนือของรัสเซีย ลงไปจนถึงเมืองอัสตราคาน ที่อยู่ริมสามเหลี่ยมปากแม่น้ำวอลกาโดยแนวนี้ถูกเรียกว่าแนว AA ปฏิบัติการบาร์บาราสซาไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ฮิตเลอร์คาดหวังไว้ ในทางยุทธวิธีแล้วกองทัพเยอรมันก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวงต่อสหภาพโซเวียต โดยการยึดครองพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศเอาไว้
     ปฏิบัติการบาร์บารอสซาเป็นปฏิบัติการเป็นปฏิบัติการทางการทหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ทั้งทางด้านกำลังพล พื้อนที่ปฏิบัติการและความสูญเสียที่เกิดขึ้นความล้มเหลวในยุทธการบาร์บารอสซาเป็ฯที่ถกเถียงกันว่าเป็นสาเหตุโดยรวมที่ทำให้นาซีเยอรมนีต้องประสบกับความพ่ายแพ้และเป็นจุดเปลี่ยนของนาซี
     จากการเปิดฉากการโจมตีของนาซีทำให้เกิดการรบใหม่ขึ้น คือแนวรบด้านตะวันออกซึ่งเป็นยุทธบริเวณที่ใหย๋ที่สุดในโลกตราบจนปัจจุบัน ปฏิบัติการบาร์บาลอสกลายเป็นการรบครั้งยิ่งใหญ่ ความโหดร้ายการสูญเสียชีวิตปริมาณมหาศาล ซึ่งทั้งหมดได้ส่งปิทธิพลต่อสงครามโลกครั้งที่สอง และประวัติศาสตร์
     นายทหารระดับสูงของกองทัพเยอรมมันได้ร่างบันทึกอันตรายที่จะเกิดขึ้นภายหลังการรุกรานสหภาพโซเวียตรวมไปถึงความคิดที่ว่ายูเครน เบโลรุสเซียและรัฐแถบบอลติกจะเป็นภาระใหญ่หลวงทางเศรษฐกิจต่อเยอรมนีส่วนนายทหารอีกพวกนึ่งได้แย้งว่าระบบรัฐบาลของโซเวียตจะไม่ได้รับผลกระทบและการยึดครองดังกล่วจะไม่กอ่ให้เกิดประโยชน์อันใดต่อเยอรมนี รวมไปถึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องเข้าไปยุ่งกับพวกบอลเซวิคด้วยฮิตเลอร์ปฏิเสธความคิดเห็นทั้งหมด ปฏิบัติการบาร์บาลอสซาส่วนใหญ่เริ่มต้นมาจากความคิดของฮิตเลอร์เพียงผุ้เดียว บุคลากรทางการทหาและสมาชิกในพรรคนาซีแนะนำว่าควรที่จะจัดการกับเกาะบริเตนให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วจึงค่อยเปิดการโจมตีสหภาพโซเวียตในแนวหน้าตะวันออก
      ฮิตเลอร์โน้มน้าวบุคลากรของตน โดยกลาวว่า “ เราเพียงแค่ต้องถีบประตูลงมา แล้วอาคารที่เสื่อมโทรมทั้งอาคารก็จะถล่มลงมาด้วย” ฮิตเลอร์มั่นใจในศักยภาพเกินไปจจากการประบความสำเร็จอยางรวดเร็วในการรบในยุโรปตะวันตก อีกทั้งสบประมาทความสามารถของโซเวียตที่จะสู้รบในสงครามนอกฤดูหนาว
     ปฏิบัติการลวงของเยอรมนีมีจุดประสงค์คือเพิ่มมูลความจริงให้ตรงกับคำอ้างของเยอรมนี่ว่าเกาะบริเตนคือเป้าหมายที่แท้จริง "ปฏิบัติการไฮฟิสก์”
     รองแม่ทัพโซเวียต MaXim Purkayev ที่มาโทรศัพท์รายงาน สายลับได้เข้ามาส่งข่าวมาว่ากองทัพนาซีออกเดินทัพมุ่งมาทางโซเวียตแล้ว ซึ่งก็มาพร้อมกับรายงานทุกสาย รวมทั้งวิสตัน เชอร์ชิลล์ที่ได้ติดต่อเตือนมาถึงสตาลิน ว่าเยอรมันกำลังจะบุกโซเวียตแต่สตาลินได้แต่ระแวงว่าเชอร์ชิลล์จะมาไม้ไหน เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าเชอร์ชิลล์เป็นไม้เบื่อไม้เมากับระบบคอมมิวนิสต์มาแต่ไหนแต่ไร
      สตาลินเชคข่าวไปยังหน่วยข่าวกรองที่ทำงานในสถานทูตโซเวียตที่ญี่ปุ่น..ซึ่งได้รับคำตอบว่าไม่มีข่าวแต่อย่างใด กระทั่งหนึ่งเดือนก่อนการบุก ทางหน่วยข่าวกรองเสียงโดยการส่งวิทยุ ในข้อความสั้น ๆ ถึงมอสโควว่า “การบุกจะมีในวันที่ 2 มิถุนายน” หน่วยข่าวกรองถูกจับได้และประหารชีวิต ฝ่ายเยอรมันได้สร้างข่าวเท็จออกมาเป็นระยะ เพื่อสร้างความสับสนเป็นไปในวงกว้าง ก่อนหน้านั้ หัวหน้าฝ่ายข่าวกอง รายงานมาว่าเยอรมันจะไม่ทำสงครามกับโซเวียตจนกว่าได้รับชัยชนะ จากยุทธการบิรเทน หรือไม่ก็หลังจากที่ได้เซ็นสัญญาสงบศึกแล้ว..และรายงานเพิ่มเติมมาด้วยวา “ข่าวที่เยอรมันจะบุกในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ คือข่าวลือทั้งสิ้นและการกุน่าจะมาจากฝั่งอังกฤษหรือจากสายลับเยอรมัน”
      กาดรบุกสหภาพโซเวียตจึงสร้างความแปลกใจสำหรับฝ่ายโซเวียตอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากความเชื่อมั่นของสตาลินว่าอาณาจักรไรท์ที่ 3หม่น่าจะโจมตีประเทศของตนหลังจากที่เพิ่งเซ็นสัญญาโมโลดอฟ-ริบเบนท์ สตาลินเชื่อด้วยว่ากองทัพนาซีจะจัดการสงครามกับเกาบิรเตนให้เรียบร้อยก่อนจะเปิดสมรภูมิใหม่ แม้จะมีคำเตือนหลายครั้งจากหน่วยข่าวกรอง สตาลินก็ยังปฏิเสธที่เชื่อการรายงานทั้งหมด โดยเกรงว่าข้อมูลดังกล่าวอาจเป็นกาปล่อยข่าวโคมลอยจากกองทัพอังฏฤษเพื่อที่จะจุดชนวนสงครามระหว่างนาซีและโซเวียตโดยกล่าวว่า “พวกเขาแค่กำลังเคลื่อกำลังทหารให้ออกมานอกระยะของเครื่องบินทิ้งระเบิดของอังกฤษ การเตรียมตัวตั้งรับการโจมตีของเยอรมนีจึงเป็นไปยอ่างไม่จริงจัง
    ปฏิบัติการไฮฟิสก์ โดยจำลองว่าเตรียมตัวบุกเบิรเตนเริ่มขึ้นในประเทศนอร์เวย์ ชายฝั่งตามแนวช่องแคบอังกฤษและจังหวัดบริตตานีย์ในฝรั่งเศส  ปฏิบัติการณ์ระดมกำลังเรือรบ ปฏิบัติการสอดแนมทางอากาศและการฝึกซ้อมภาคสนามถูกจัดขึ้นเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น โดยแผนการบุกจิงๆ ถูกจัดขึ้นและปล่อยให้ข้อมูลสามารถรั่วไหลได้บางส่วน
      ในการวางแผนกลยุทธ กองบัญชาการกองทัพบกระดับสูง และผุ้บัญชาระดับสูงอีกหลายๆคนมีแนวคิดที่ขัแย้งกันเกียวกับแผนกกลยุทธที่จะใช้ในการโจมตีสหภาพโซเวียต โดยกองบัญชากการกองทัพบกเสนอว่าควรเคลื่อนพลตรงไปยังเมืองหลวงมอสโก แต่ฮิตเลอร์ต้องการที่จะให้กองทัพเคลื่อนทัพไปยังยูเครนที่อุดมสมบูรณ์และดินแดนบริเวณทะเลบอลติก ก่อนที่จะเคลื่อพลไปยึดมอสโก จึงเป็นเหตุให้การบุกล่าช้าไปอีกเดือนกว่า ๆ
    กลยุทธที่ฮิตเลอร์และนายพลของเขาร่วมกันวางขึ้นคือการแบ่งกองกำลังออกเป็นสามกลุ่มกองทัพโดยแต่ละกลุ่มกองทัพถูกจัดให้ยึดภูมิภาคที่กำหนดไว้รวมในสหภาพโซเวียต เมือ่การบุกสหภาพโซเวียตเริ่มต้นขึ้นจะแบ่งแนวทางการบุกออกเป็นสามทางโดยเคลื่อยพลไปตามเส้นทางที่เคยถูกบุกในประวัติศาสตร์(ตามการบุกราชอาณาจักรรัสเซียของนโปเลียน โบนาปาร์ต) กล่มกองทัพเหนือถูกมอบหมายให้เคลื่อนพลฝ่านดินแดนรอบทะเลบอลติก แล้วจึงเคลื่อนไปยังรัสเซียตอนเหนือโดยำการยึดหรือทำลายเมืองเลนินกราด  กองทัพกลางถูกมอบหมายให้มุ่งหน้าตรงไปยังเมืองสโมเลนสก์ แล้วทำการยึดมอสโกโดยต้องทำการเคลื่อนพลฝ่านประเทศเบลารุสในปัจจุบันละฝ่ายภูมิภาคกลางแถบตะวันตกที่สาธารณรัฐสังคมนิยมรัสเซียครอบครองอยู่และกลุ่มกองทัพใต้จะต้องเปิดการโจมตีในส่วนที่เป็นใจกลางของยูเครนที่เป็นศูนย์กลางทางเกษตณกรรมและประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นโดยยึดเมืองเคียฟก่อนที่จะเคลื่อนพลมุ่งไปทางทิศตะวันออกฝ่านทุ่งหญ้าสเตปปส์ในรัสเซียตอนใต้ไปยังแม่น้ำโวลกาและเทือกเขาคอเคซัสที่อุดมไปด้วน้ำมันดิบ..

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น