วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

WWII:SS

     ทัพแดงไม่สามารถต้านทานการบุกแบบสายฟ้าแลบหรือ บลิทคลิซ ของเยรมันได้จึงถอนร่านจาแนวชายแดน นายพลไฮนส์ กัสเดอร์เลี่ยนนำรถถังยุกถึงสโมเลนส์ ซึ่งห่างมอสโกเพียง 22ถไม่ล์ภายในสี่สัปดาห์ ขณะเดียวกันทัพเหนือก็บุกฝ่าบอลติกไปยังเลนินกราด กลังทัพรุสเวียหลายแสนคนยอมจำนน ประชาชนในโปแลนด์ตะวันออก บอลติกและฮุเครนให้การต้อนรับเยอรมัน
     ฮิตเลอร์สั่งให้ยึดคีเยฟก่อนในขณะที่ กัตเดอร์เรียนต้องกการยึดมอสโกโดยเร็ว  เยอรมันได้เชลยศึกราว 600,000 คนที่อูเครนส่วนใหญและล้อมเลนินกราดไว้ได้ แต่กว่าจะถึงชานเมืองมอสโกก็เสียเวลาไปมากและเข้าเดือนธันวาคมต้นฤดุหนาว เยอรมนีเสียกำลังและขาดแคลนเสื้อผ้าและยานพาหนะที่เหมาะสม รุสเซียจึงสามารถทำการรุกเยอรมันคืนได้เป็นครั้งแรกในยุทธการมอสโก รุสเซียยึดเส้นทางสู่เลนินกราดและยึดรอสตอฟได้ ฮิตเลอร์จึงไม่สามารถเอาชนะรุสเวียได้อย่างที่ต้องการ
      เยอรมันยึดครองดินแดนโซเวียดได้ราว 400,000ตารางไมล์และประชาชนราว 65 ล้านคน อยอรมันมีโครงการที่จะใช้แผ่นดินรุสเซียเป็นแหลงผลิดอาการและแรงงานบังคับ ในเรื่อนี้เจ้าหน้าที่เยอรมันในแดนยึดครองมีความเห็นขัดแย้งกัน ผู้นำทหารและเจ้าหน้าที่ต่างประเทศเห็นว่าควรเอาชนะใจชาวรุสเซีย โดยที่พรรคนาซีและหน่วยตำรวจลับเกสตาโปกลับปฏิบัติต่อชาวรุสเซียเหมือนไม่ใช่มนุษย์
       ชาวรัฐเสียพร้อมจะให้ความร่วมือกับเยอรมันอยู่แล้ว เนื่องจากความต้องการเสรีภาพในการนับถือศาสนา ปกครองตนเองและเลิกระบบรวม บริวารของนาพล เกอริง หัวหน้าหน่วยเกสตาโปถืออำนาจปฏิบัติฉกฉวยเอารัดเอาเปรียบในดินแดนที่ยึดมาได้อย่างโหดเหี้ยม นโยบายตะวันออก ที่จะสร้างอาณานิคมเยอรมันโดยใช้ทรัพยากรโซเวียตจึงไม่ได้ผล กองกำลังกว่าดล้าง ขจัดพวกที่ต้องสงสัยว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ยิวและพวกก่อการใต้ดินอย่างทารุณ คนบริสทุธิ์รวมทั้งผุ้หญิงและเด็กหลายพันคนต้องตกเป็นเหยื่อ ผู้นำโซเวียตจึงกลับมาได้รับการสนับสนุนอย่างมากมาย
    สตาลินผู้ซึ่งเก็บตัวเงียบอยู่นานประกาศทางวิทยุให้ชาวโซเวียตร่วมใจกันต่อต้านพวกบุกรุกที่พยายามกดขี่ชาวโซเวียตให้เป็น “ทาสรับใช้เจ้านาย และบารอนเยอรมันและจฟื้นฟูระบอบซาร์และขุนนางที่ดินขึ้นอีก”
      SS ไฮน์ริช ฮิม์เลอร์ SS= Schutztaffel หมายถึง “กองอารักขา” หรือเหล่าคุ้มกัน เป็นองค์การกึ่งทหาร ภายใต้อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ และพรรคนาซี ก่อตั้งขึ้นบนอุดมการณ์นาซี เอสเอสภายใต้บังคับบัญชาของ ไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์มีส่วนรับผิดชอบต่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติหลายครั้งระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง “ไฮน์ริช ฮิมเลอร์ เป็นผู้บัชาการหน่วยเอส เอส ผู้บัญชาการทหารและสมาชิกระดับสูงของพรรคนาซี ในตำแหน่งหัวหน้าตำรวจเยอรมันและรัฐมนตรีมหาดไทย ซึ่งควบคุมตำรวจและกองกำลังความมั่นคงทั้งหมด รวมทั้งเกสตาโปด้วย เป็นผู้มีอำนาจเต็มทั่วไปสำหรับฝ่ายปกครองของไรซ์ทั้งหมด ฮิมม์เลอร์เป็นหนึ่งในผุทนงอำนาจที่สุดของฮอโลคอสต์ ในฐานะผุ้ควบคุมดูแลค่ายกักกัน ค่ายมรณะ และ”กำลังรบเฉพาะกิจ”ซึ่งมักใช้เป็นหน่วยพิฆาตซึ่งปฏิบัติหน้าที่หลังแนวหน้าเพื่อฆาตกรรมชาวยิว พวกคอมมิวนิสต์ และ “พวกต่ำกว่ามนุษย์”ในดินแดนยึดครอง
       เอสเอสก่อตั้งในปี 1925 ภายใต้ชื่อ “ซาล-ชุทซ์” (อารักษ์หอประชุม)ตั้งใจให้เกิดความปลอดภัยแก่การประชุมของพรรคนาซี และเป็นหน่วยคุ้มกันส่วนบุคคลของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์  เนื่องจากช่วงแรกของการก้าวขึ้นสู่อำนาจทางการเมืองของฮิตเลอร์นั้นบังไม่ได้รับการสนับสนุนจากองทัพเยอรมันอย่างเต็มที่ ซึ่งฮิตเลอร์ก็ไม่ไว้ใจกองทัพเท่าไรนัก เอสเอสจึงเกิดจากฮิตเลอร์และไฮนริช ฮิมม์เลอร์ซึ่งร่วมมือกันกำจัดแอร์นสท์ เริมและหน่วยอารักขาเดิมที่เป็นทหารผ่านศึกและอดีตหน่วยเสรีเยอรมันหรือ เอสเอ จนหมดและเปลี่ยนเป็น “ชุทซ์ชทัฟเฟิล”เติบโตขึ้นจากรูปแบบหน่วยกึ่งทหารขนาดเล็กซึ่งเป็นหนึ่งในองค์การที่ใหญ่และทรงอำนาจที่สุดในนาซีเยอรมัน
      การคัดเลือกทหารที่จะเข้าหน่วยเอสเอสจะต้องเป็นชายเลือดเยอรมันพันธ์แท้แบบพวกอารยัน สูงอย่างน้อย 180 เซนติเมตร กำลังพลของเอสเอสจะได้รับการอบรม ปลูกฝังให้จงรักภักดีต่อผู้นำของเขาอย่างเหนี่ยวแน่น และปราศจากการตั้งคำถามสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น ได้รับการฝึกฝนอย่างหนัก และถูกปลูกฝังอุมการณ์ของนาซี ถูกปลูกฝังแนวความคิดเรื่องความเป็นเลิศของชนชาติอารยันเพื่อการสร้างชาติไปสู่ไร่ซ์ที่สาม รวมทั้งมีการเกณฑ์เด็กชายและหญิงชาวเยอรมันทังหมดให้เข้าหน่วยยุวชนฮิตเลอร์เพื่อเป็นหลักสูตรวิชาทหาร ให้เข้ารับการเป็นทหารและหน่วยเอสเอส
      วิธีการต่อสู้ รุสเซียใช้ยุทธวิธีแบบเก่าตอบโต้เยอรมนี (ลักษณะคล้ายกับ การรบแบบมองโกล)คือล่าทัพ หลีกหนีออกจากวงล้อมให้ศัตรูรุกตามจนหลุดเข้ามาในเขตรุสเซียขาดการติดต่อกับพวกและกองกำลังซุ่มอยู่จะเข้าโจมตีแบบกองโจร จากนั้นก็รวมกำลงตีโต้ให้แตกพ่าย และใช้นโยบายทำลายสิ่งที่เอื้ออำนายแก่ข้าศึกในขณะเดียวกัน
       ด้วยความคุ้นเคยกับภูมิประเทศ ภูมิอากาศ “แม่รุสเซียเป็นมิตรที่ชื่อสัตย์ที่สุด”สร้างความลำบากแก่กองทัพเยอรมัน การต่อสู้แบบกองโจรเป็นวิธีที่สตาลินเลือกใช้ตามแนวที่ทัพเยอรมันตั้งมั่นอยู่และโฆษณาปลุกความรู้สึกชาตินิยม
     ตั้งแต่ปี 1941 ประเทศพันธมิตรได้ตกลงร่วมมือกันต่อสู้นาซีเยอรมันและภาคี และช่วยเหลือสหภาพโซเวียตทางด้านการทหาร แม้ว่าวินสตันเชอร์ชิลนายกรัฐมนตรีอังกฤษจะปฏิเสธที่จะคืนคำที่เคยกล่าวโจมตีบอลเชวิคก็ตาม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น