วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

WWII:April 1945

           Yamato Battleship /7 apirl 1945






ช่วงต้นเดือนปฏิบัติการคามิคาเซ่ แต่ครั้งนี้เป็นการปฏิบัติการคามิคาเซ่ของเรื่อประจัญบานที่ชาวญี่ปุ่น
ภูมิใจเป็นอย่างมากนั้นคือ เรื่อประจัญบานยามาโต้ ซึ่งได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติการเข้าล่อฝูงบินสหรัฐในการรบที่โอกินาวา เพื่อให้บินคามิคาเซ่ได้ปฏิบัติการโจมตีเรือรบอเมริกา ซึ่งเป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดของญี่ปุ่นในขณะนั้น..
    ผลคือ เรือที่มีระวางขับน้ำ70,000 กว่าตัน ปืนใหญ่ขนาดปากลำกล้อง 460 มิลลิเมตร เรื่อซึ่งมีความหมายอังยิ่งใหญ่สำหรับจักรวรรดญี่ปุ่นในฐานะสัญลักษณ์ด้านานาวิกนุภาพของชาติ
    ปฏิบัติการเท็งโง หรือ ชินจิไต เป็นปโบติการทางทะเลหลักครั้งสุดท้ายของกองทัพเรือจักวรรดิญี่ปุ่นในสงครามมหาสมุทรแปซิฟิก ปฏิบัติการเท็งโงหรือเรียกอีกชื่อว่า Operation Heaven
     แผนปฏิบัติการครั้งนี้ร่างขึ้นภายใต้คำสั่งของผุ้บัญชาการสูงสุดของกองเรือผสม พลเรือเอกโทโยตะ โชะเอะมุ ได้มีคำสั่งให้เรือประจัญบานยามาโต้และเรือคุ้มกันโจมตีกองเรือสหรัฐที่คอยสนับสนุนทหารที่ยกพลขึ้นบกทางตะวันตกของเกาะโอกินะวะ แม้จะเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งที่เตรียมตัวสำหรับภารกิจ พลเรือ โท เซอีชิ อิโต ผู้บัญชาการกองกำลังปฏิบัติการเท็งโ ยังคงปฏิเสธที่จะออกคำสั่งให้เรือของเขาดำเนินการตามแผนด้วยเชื่อว่าแผนปฏิบัติการนี้เป็นสิ่งไร้ประ โยชน์และสูญเปล่า  
    ผู้บังคับบัญชาอื่น ๆ ของราชนาวีจักรวรรดิญี่ปุ่นมีความรู้สึกในเชิงลบต่อปฏิบัติการเป็น อย่างมาก และเชื่อว่าเป็นสูญเลป่าในชีวิตมนุษย์และชเอเพลิง จุดประสงค์ของการปฏิบัติการครั้งนี้เพียงเพื่อ “ประเพณีนิยมและเกียรติยศของกองทัพเรือ”
     เท็งโงเป็นปฏิบัติการครั้งใหญ่ครั้งสุดท้ายของกองทัพเรือจักรวรรดิญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง เรือพิฆาตยามาโต้ในช่วงบ่ายของวันที่ 7 เมษายน 1945 ยามาโต้ก็หยุดลงอย่างสิ้นเชิงและรเอเริ่มเอียงตัว กับตันเรือปฏิบัติเสมธที่จะสลเรือหนีไปพร้อมกับลูกเรือ ยะมะโตะหลิกคว่ำและเริ่มจม เรือเกิดระเบิดอย่างรุนแรง สามารถมองเห็นได้ในที่ที่ห่างออกไปกว่า 200 กม. และก่อให้เกิดเมฆรูปเห็ดหว่าสองหมืนฟุตกลางอากาศ เรือรบที่เหลือรอดมีส่วนเกี่ยวข้องเพียงเล็กน้อยในปฏิบัติการรบของการต่อสู้ที่เหลืออยู่ ซุซุสึกิ ไม่ได้รับการซ่อมแซม ได้รับการซ่อมแต่ก็ชอนทุ่รระเบิดของสหรัฐที่เขตโมะจิ และไม่ได้รับการซ่อมแซม ยิจิกะเซะ รอดจากสงครามโดยที่แทบจะไม่ได้รับความเสียหาย ฮะสึบิโมะ ชนทุ่นระเบิดของสหรัฐในเดือนกรกฏา 1945 เป็นเรือพิฆาตลำที่ 129 และลำสุดท้ายที่อับปางในสงคราม
     ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ประกาศว่าเกาะโอกินวะเป็นเขตปลอดภัยในวันที่ 21 มิถุนา 1945 หลังการรบที่รุนแรงและมีความสูญเสียเป็นจำนวนมาก ความตั้งใจที่ชัดเจนของญี่ปุ่นที่จะเสียสละคนจำนวนมากเพื่อใช้กลยุทธอัตวินิบาตกรรมเช่นปฏิบัติการเท็งโงและในยุทธการโอะกินะวะนั้น ตามรายงานกล่าวว่าเป็นปัจจัยให้ให้สัมพันธมิตรใช้ระเบิดนิวเคลียรกับญี่ปุ่น
    ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความเคารพยอย่องในระดับหนึ่งจากสังคมญี่ปุ่นในปัจจุบัน เปป็นสิ่งที่กล้าหาญเสียสละแต่ไร้ประโยชน์ เป็นสัญลักษณ์ของความพยายามของทหารเรือญี่ป่นที่เข้าร่วมในการปกป้องบ้านเกิดของตน  เหตุผลหนึ่งที่เหตุการณ์ดังกล่าวอาจมีความสำคัญในวัฒนธรรมญี่ปุนก็คือคำว่า “ยะมะโตะ” มักเป็นชื่อของญี่ปุ่นในบทกวี ดังนั้นการสูญเสียเรือประจัญบานยะมะโตะสามารถใช้เป็นคำอุปมาเปรียบเทียบถึงจุสิ้นสุดของจักรวรรดิญี่ปุ่น

           Frankling Delano Roosevelt /12 Apil 1945


        ประธานาธิบดีคนที่ 32 ของสหรัฐอเมริกาเป็นประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด และเป็นประธานาธิบดีเพียงคนเดียวของสหรัฐอเมริกาที่รับเลือกถึงสามสมัยก่อนการประกาศญัตติจำกัดให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแน่งได้แค่สองสมัย และเป็นผุ้นำสหรัฐในช่วงสงครามดลกครั้งที่สองและแนวคิดของเขายังก่อให้เกิดองค์กรระหว่างประเทศ คือ สหประชาชาติ โรสเวลต์เสียชีวิตขณะดำรงตำแหน่ง ในวันที่ 12 เมษยน 1945 โดยไม่ได้เห็นชัยชนะของสหรัฐฯและฝ่ายพันธมิตรสงครามโลกครั้งที่สอง อายุรวม 62 ปี
      รูสเวลส์เป็นประธานาธิบดีในขณะที่ประทเศประสบปัญหาทางเศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนักที่สุด รูสเวลท์เริ่มโครงการ นิว ดีล ในปี ค.ศ. 1941 เพื่อแก้ปัญหาให้คนจนและคนวางงานและปฏิรูปเศรษฐกิจของประทเศในช่วงสงครามโลก สหรัฐฯอเมริกาดำเนินนโยบายเป็นกลางมาตั้งแต่เริ่มสงคราม อเมริกาถือว่า เยอรมันอิตาลีและญี่ปุ่นเป็นผู้ก้าวร้าว และเมื่อหลังจากถูกญี่ปุ่นโจมตีอ่าว เพิร์ล ฮาเบิร์ล สหรัฐอเมริกาจึงประกาศสงครามกับฝ่ายอักษะโดยเริ่มจากประเทศญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก
     ในช่วงปลายสงครามประธานาธิบดีได้รับเข้าดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่สามโดยมี เฮนรี่ เอส.ทรูแมน เป็นรองประธานาธิบดี และในวันที่ 12 เมษา รูสเวลส์ ก็ถึงแก่กรรมด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตก เฮนรี่ เอส.ทรูแมนเข้ารับดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากเขา และเมือฝ่ายสัมพันธมิตรชนะสงครามในสมรภูมิยุโรปเมื่อเยอรมันยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข เข้าได้มอบชัยชนะในครั้งนั้นให้เเก่ รูสเวลส์

    Benito Amilcare Andrea Mussolini /28 Apil 1945

imgres
“อิลดูเซ” แปลว่าท่านผู้นำ เป็นจอมเผด็จการและนายกรัฐมนตรีของประทเศอิตาลี ได้เข้าร่วมก่อตั้งพรรคสันนิบาตการต่อสู้แห่งอิตาลี หรือพรรคฟาสซิสต์ เพื่อเตียมเป็นกองกำลังปฏิวัติ ในปี 1922 ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เขาฉลองด้วย “การสวนสนามแห่งโรม” เป็นการเดินขบวนร่วมกันใส่ขุดสีดำเป็นสัญลักษณ์อันแสดงถึงความเข้มแข็งของฟาสซิสต็เข้าสู่โรมเพื่อของพระราชอำนาจจากพระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 3 เขาสถาปนาตนเองเป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ บังคับยกเลิกระบบรัฐสภา ทดแทนด้วย “รัฐบรรษัท”และวางระบบรบอำนาจอย่างเป็นทางการ จัดตั้งนครรัฐวาติกัน บุกยึดบิสซิเนีย และแอลเบเนีย ไว้ในครอบครอง พร้อมกับประกาศเข้าร่วมเป็นฝ่ายอักษะกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์แห่งประเทศเยรมัน
     มุสโสลินีเป็นผู้เริ่มเปิดสงครามในสมรภูมิแอฟริกาเหนือซึ่งทำให้ฮิตเลอร์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะในช่วงเวลานั้นเยอรมันยังติดพันการสงครามอยู่ในภาคพื้นยุโรป แต่สุดท้ายเมืองอิตาลีเพลี่ยงพล้ำเยอรมันก็ได้ส่ง จอมพลรอมเมลเข้าไปช่วยที่สมรภูมิแอฟริการเหนือ หรือเเม้พ่ายศึกที่สมรภูมิแอฟริการแล้วเยอรมันยงคงคอยช่วยเหลือมุสโสลินีอยู่
     มุสโสลินี่ถูกยึดอำนาจหลังจากการยกพลขึ้นบกของสัมพันธมิตรที่เกาะซิชิลี มุสโสลินีถูกจับกุมตัวได้เมือวันที่ 27 เมาษายน 1945 โดยกองกำลังปาร์ตีซานของพรรคคอมมิวนิสต์อิตาลี  ที่บริเวณใหล้ชายแดนอิตาลี-สวิตเซอร์แลนด์ในขณะที่พยายามจะหลบหนี่ออกจากอิตาลี เขาถูกประหารชีวิตด้วยข้อหาทรยศต่อชาติ ในวันที่ 28 เมษายน 1945 โดยคำตัดสินลับลหลังของคณะลูกขุนแห่งคณะกรรมการปลดแอกแห่งชาติ ร่างของมุสโสลินี และภรรยาน้อย และผุ้นิยมลัทธิฟาสซิสต์คนอื่นๆ อีกประมาณ 15 คนถูกนำไปยังเมืองมิลาโน เพื่อแขวนประจานต่อสาธารณาชน

              Adolf Hitler /30 Apil 1945


     นักการเมืองเยอรมันสัญชาติออสเตรียโดยกำเนิด หัวหน้าพรรคแรงงานสังคมนิยมแห่งชาติเยอรมัน หรือที่รู้จักกันทั่งไปในชื่อ พรรคนาซี ฮิตเลอร์ดำรงตำแหนางนายกรัฐมนตรีเยอมัน และผู้เผด็จการของนาซีเยอรมัน
      มุมมองทางศาสนาของฮิตเลอร์นับถือนิการโรมันคาทอลิก แต่หลังย้ายออกจากบ้านแล้วเขาไม่เอคยเข้าพิธีมิสซาหรือาบศีลศักดิ์สิทธิ์เลย  เขาเชิอชูลักษณะจำนวนหนึ่งของนิการโปแตสแตนต์ที่เหมาะกับมุมมองของเขาเอง และรับเอาบาลักษณะของการจัดการเป็นระบบลำดับขั้นของศาสนจักรคาทอลิก พิธีสวดและสำนวนโวหารมาใช้ในการเมืองของเขาด้วย นักประวัติศาสสตร์ สรุปว่า เขา “สามารถจัดว่าเป็นคาทอลิกได้”แต่ “สมาชิกภาพศาสนจักรแต่ไนนามเป็นตัววัดที่เชอื่ถือไม่ได้ว่าอย่างมากในการวัดความศรัทธาแท้จริงในบริบทนี้”
     ต่อสาธารณะ ฮิตเลอร์มักยกย่องมรดกคริสเตียนและวัฒนธรรมคริสเตียนเยอรมัน และปฏิญาณความเชื่อในพระเยซุคริสต์ “อารยัน” พระเยซูผุ้ต่อสู้กับพวกยิว เขากลาวถึงการตีความศาสนาคริสต์ของเขาว่าเป็น แรงจูงใจสำคัญแก่การต่อต้านยิวของเขาโดยว่า “ในฐานะคริสเตียน ผมไม่มีหน้าที่ปล่อยให้ตัวเองถูกหลอกลวง แต่ผมมีหน้าที่ที่จะสู้เพื่อความจริงและความยุติธรรม แตะสำหรับส่วนตัว ฮิตเลอร์วิจารณ์ศาสนาคริสต์แบบดั้งเดิม โดยพิจารณาว่าเป็นศาสนาที่เหมาะสมเฉพาะสำหรับทาส เขายกข่องอำนาจแห่งโรมแต่ยังรักษาความเป็นปรปักษ์อย่างรุนแรงต่อคำสอนของโรม นักประวัติศาสตร์ กล่าวว่า ฮิตเลอร์ยึดถือ “การต่อต้านหลัก”ต่อศษสนจักรคริสเตียน
     ด้านความสัมพันธ์ทางการเมืองกับศาสนจักร ฮิตเลอร์รับเอายุทธศาสตร์ “ที่เหมาะสมกับจุดประสงค์ทางการเมืองที่ส่งผลโดยตรงของเขา” ตามรายงานของสำนักงานบริการด้านยุทธศาสตร์ ของสหรัฐอเมริกา ฮิตเลอร์มีแผนการใหญ่ ตั้งแต่ก่อนเขาก้าวขึ้นสู่อำนาจ ในการทำลายอิทธิพลของศาสนจักรคริสต์ภายในจักรวรรดิไรซ์ รายงายชื่อ “แผนแม่บทนาซี”ระบุว่า การทำลายลบ้างศาสนจักรเป็นเป้าหมายของขบวนการตั้งแต่เริ่มต้น แต่เป็นการไม่เหมาะสมที่จะแสดงทาทีสุดโต่งนี้อย่างเปิดเผย เจตนาของเขา ตามข้อมูลของบุลล็อก คือ รอกระทั่งสงครามยุติค่อยทำลายอิทธพลของศาสนาคริสต์
     22 เมษายน ระหวางการประชุมทหาร ฮิตเลอร์ถามถึงการรุกของสไทเนอร์ หลังความเงียบเป็นเวลานาน เขาได้คำตอบว่า การโจมตีนั้นไม่เคอยเกิดขึ้น เขาประณามต่อการทรยศและความไร้ความสามารถของผุ้บังคับบัญชาของเขาอย่างเผ็อร้อน และลงเอยด้วยการประกาศเป็นครั้งแรกว่าเยอรมันแพ้สงคราม ฮิตเลอร์ประกาศว่าเขาจะอยู่ในกรุงเบอร์ลินจนถึงจุดจบและจากนนั้นจะยิงตัวตาย
     กรุงเบอร์ลินได้ถูกตัดขาจากส่วนทีเหลือของเยอรมันอย่างสิ้นเชิง ฮิตเลอร์พบว่า ฮิมม์เลอร์กำลังพยายามเจรจาเงื่อนไขการยอมแพ้ต่อสัมพันธมิตรตะวันตก เขาจึงสังจับกุมฮิมม์เลอร์ และสัง่งยิงแฮร์มันน์ เฟเกไลน์ (ผู้แทนเอสเอสของฮิมม์เลอร์ที่กองบัญชาการของฮิตเลอร์ในกรุงเยบอร์ลิน)
     หลังเทียงคืนวันที่ 29 เมษายน ฮิตเลอร์สมรสกับเอวา เบราน์ในพิธีตามกฎหมายเล็กๆ ในห้องแผนที่ภายในฟือแรร์บุกเกอร์ หลังทานอาหารเช้างานแต่งที่เรียบง่ายกับภรรยาใหม่ของเขา จากนั้น เขานำเลขานุการเทราดล์ จุนเกอ ไปอีกห้องหนึ่งและบอกให้เขียนพินับกรรมสุดท้ายของเขา เหตุการณ์ดังกล่าวมีฮันส์ เครบส์ วิลเฮล์ม บูร์กดอร์ฟ โจเซฟ เกิดเบิลส และมาร์ติน บอร์มันน์เป็นพยานและผู้ลงนามเอกสาร ในช่วงบ่าย ฮิตเลอร์ได้รับแจ้งถึงการลอบสังหารผู้เผด็จการชาวิดตาลี เบนิโต มุสโสลินี
    วันที่ 30 เมษายน หลังการสู้รับบนถนนต่อถนนอย่างเข้มข้น เมื่อกองทัพโซเวียตอยู่ในระยะหนึ่งหรือสองช่วงตึกจากทำเนียบนรัฐบาลไรซ์ ฮิตเลอร์และเบราน์ทำอัตวินิบาตกรรม เบอร์ลินยอมจำนนเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น