วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Enland After WW2

     หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 อังกฤษได้กลายเป็นมหางเช่นอำนาจลำดับรองลงมาจาก สหรัฐฯและรุสเซีย อังกฤษสูยเสียชีวิตผู้คนและกำลงเงิน ตลอดจนทรัพย์สินไปมาก เพราะต้องทำการรบโดดเดี่ยวเป็นเวลานาน เศรษฐกิจของอังกฤษตกต่ำเนื่องจากการใช้จ่ายจำนวนมากในการทำสงคราม ส่งผลให้นโยบายต่างประเทศของอังกฤษจึงไม่เข็มแข็งเด็ดเดี่ยวนักส่วนใหญ่จะคล้อยตามสหรัฐอเมริกา
     การประชุมที่ยาลต้า ได้พิจารณาเกี่ยวปัญหาต่าง ๆ และตกลงให้รุสเซียมีอิทธิพลในรูเมเนีย บุลการเรีย และอังการี กรีกอยู่ภายใต้อิทธิพลยุโรปตะวันตก ในข้อตกลงต่าง ๆ รุสเซียเข้าไปมีอิทธิพลเหนือประทเศต่างๆ ในยุโรปตะวันออก ซึ่งไม่ตรงกับความประสงค์ของอังกฤาและอเมริกา เพราะไมต้องการให้ประเทศเหล่านั้นปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์
30_31    หลังจากการแบ่งเยอรมันแล้วย อังกฤษก็ยอมให้เอกราชแก่อาณานิคมของตน เนื่องจากการเรียกร้องเอกราชดังเช่นในอินเดีย อังกฤษจัดการแบ่งอินเดียออกเป็น 2 ส่วน คือพวกที่นับถือศาสนาอิสลามปกครองปากีสภาน และพวกฮินดูปกครองอินเดีย อาณานิคมอื่น ๆก็เรียกร้องเอกราชเช่นกันในขณะที่เศรษฐกิจของออังกฤษตกต่ำ อังกฤษจึงยอมปล่อยประเทศเหล่านั้น
     อังกฤษได้ส่งกองทหารเข้าร่วมรบในสงครามเกาหลี โดยช่วยเกาหลีได้ทำสงครามกับเกาหลีตามคำเรียกร้องของสหประชาชาติ
บทบาทของอังกฤษในตะวันออกกลาง คือการเข้ามามีบทบาทในการสงครามระหว่างกลุ่มประเทศอาหรับกับอิสราเอล เนื่องจากชาวยิวต้องการกลับไปอยู่ในปากเลสไตน์โดยได้รบการสนับสนุนจากอังกฤษซึ่งมีอิทธิพลมากในตะวันออกกลาง มีอิทธิพลเหนืออียิปต์และคลองสุเอซอังกฤษให้การสนบสนุนทั้งอาหรับและยิวเพื่อเหตุผลทางการเมืองและเศรษฐกิจ อังกฤาสนับสนุนเตอรกีให้ทำการต่อต้านซึงการปกครองอาหรับในเวลานั้น
ในปี 1922 สันนิบาติโลกตกลงให้อังกฤษอารกขาปาเลสไตน์ กระทั่งปี 1947 สหประชาชาติได้ตัดสินปัญหากรณีพิพาทระหว่างอาหรับและยิว โดยการแบ่งปาเลสไตน์เป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นของชาวอาหรับและส่วนที่เป็นของชาวยิวได้แก่ประเทศอิสราเอลซึ่งอาหรับไม่พอใจจึงเกิดเป็นสงครามระหว่างยิวและอาหรับ ในปาเลสไตน์เมื่อปี1947-1949 ซึ่งอังกฤษถอนกองทัพออกจากเขตนั้น ผลคืออาหรับแพ้และสูญเสียดินแดนให้แอสราเอล
     อิสราเอลเข้าโจมตีอียิปต์ อังกฤษและฝรั่งเศส ยื่อนคำขาดให้อียิปต์และอิสราเอลถอนทหารออกจากคลองสุเอวเป็นระยะทาง 10 ไมล์ ภายใน 12 ชั่วโมง แต่อียอปต์ไม่ยอมปฏิบัติตาม อังกฤษ และฝรั่งเศสจึงทำลายกองทัพอากาศของอียิปต์ผลของสงครามอียิปต์เป็นฝ่ายปราชัยแต่อังกฤษและฝรั่งเศสถูกประณาม โดยเฉพาะภายในประเทศ ประชาชนบางพวกไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว ในที่สุด เซอร์  แอนโทนี่ อีเดน ก็ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
    ตั้งแต่ปี 1956 เป็นต้นมา อังกฤษหมดความเป็นมหาอำนาจในตะวันออกกลางอย่างไรก็ดีสหรีฐอเมริกาเป้นผู้ที่คอยส่งกำลังอาวุธให้แก่อิสราเอลและสหภาพโซเวียตก็คอยให้วามสนับสนุนอีผิปตือยู่ตลอดเวลา ทังอาหรับและอิสราเอล ก็พยายามเจรจาสันติภาพกันอยู่และคาดว่าคงประสบความสำเร็จ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น