วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

Ideology

     นโยบายปฏิวัติโลกควรมีวิธีปฏิบัติอย่างไร นี้เป็นประเด็นหนึ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรุสเซียกับจีนต้องแตกร้าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เดิมที่ นโยบายปฏิวัติโลกย่อมถือวิธีปฏิวัติของรุสเซียเป็นแม่แบบ แม้ว่าการเป็นคอมมิวนิสต์ของประเทศต่าง ๆ อาจมีวิธีปฏิบัติแต่หลัการคงเดิมเป็นที่ยอมับในวิธีปฏิวัติของรุสเซีย
     ในฐานะเจ้าลัทธิและผุ้นำโลกคอมมิวนิสต์และผุ้นำบรรดาพรรคคอมมิวนิสต์ทั่วโลก รุสเซียได้กำหนดแล้วว่า การพัฒนาประเทศไปสู่ระบอบสังคมนิยมของโลกคอมมิวนิสต์  ต้องยึดถือวิธีปกิบัติแบบรุสเซียเท่านั้น การสัมพันธ์กับโลกภายนอก รุสเซียเป็นปต่ผุ้เดียวที่จะกำหนดวินิจฉัยนโยบาย โลกคอมมิวนิสต์เป็นแต่ฝ่านสนองตอบเท่านั้น ความเป็นหนึ่งในทางลัทธิอุดมการณ์ได้ถูกท้าทายมาแล้วตั้งแต่ ปี 1948 เมื่อยูโกสลาเวียยืนกรามที่จะเป็นคอมมิวนิสต์อิสระไม่ขึ้นต่อรุสเซีย สามารถพัฒนาประเทศโดยวิถีทางอื่น และเปิดความสัมพันธ์กับโลกภายนอก นับเป็นการท้าทายอย่างหนักแน่นจริงจังและเป็นตัวอย่างแก่โลกคอมมิวนิสต์ว่า รุสเซียไม่สามารถครองความเป็นหนึ่งทางลัทะอุดมการณ์ได้อย่างแท้จริงตั้งแต่ปี 1948 แล้ว
    ภายหลังอสัญญกรรมของสตาลิน อุดมการณ์เริ่มถูกตีความหมายหลากหลาย รุสเซียตั้งจรเป็นเจ้าลัทธิผุ้ตีความชี้ขาดอุดมการณ์ เป็นผุ้เร่มทำให้อุดมการ์ขาดความหมายเป็นหนึ่งดังเดิม กล่าวคือ ครุสเซฟได้ยกย่องการปฏิวัติจีนในปี 1949 ว่า “ภายหลังการปฏิวัติสังคมปีที่ยิ่งใหญ่ แห่งเดือนตุลาคมนั้น ชัยชนะของการปฏิวัติของประเทศจีนเป็นเหตุการณ์ที่เด่นที่สุดในประวัติศาสตร์โลก” การยกย่องการปฏิวัติที่มิได้ดำเนินตามครรลองปฏิบัติแบบรุสเซียจึงต้องนับเนื่องได้ว่ารุสเซียได้เป็นฝ่ายก้าวถอยจากบทบาทเจ้าลัทะของตน
     ความเป็นหนึ่งในลัทธิอุดมการณ์ค่อยๆ ลดความหมายลงด้วยน้ำมือของรุสเซียเองแล้ว เร่มตั้งแต่ ปี 1954 เมื่อรุสเซียยินยอมผ่อนคลายความตึงเครียดกับโลกเสรี และปรองดองกับยูโกสลาเวียถึงขนาดยอมรับรองวิธีทางไปสู่สังคมนิยมหลากหลายได้ นโยบาใหม่กระเทือนอุดมการณ์มาก เพราะ การผ่อนคลายตึงเครียดขัดต่ออุดมการณ์ที่กำหนดให้มีการเผชิญหน้าและต่อสู้จนให้ได้ชัยชนะเด็ดขาด การยอมรับวิถีทางหลากหลายสู่สังคมนิยมเป้นการยอมลดความเป็นหนึ่งของรุสเซียในการกำหนดวิธีการพัฒนาประเทศแบบรุสเซียโลกคอมมิวนิสต์เผชิญทางเลื่อกถึงสามทางในปี 1955 คือ วิถีทางยูโกสลาเวีย วิถีทางรุสเซียและวิถีทางจีน ซึ่งต่างพัฒนาประเทศตามแนวทางที่กำหนดเองโดยอิสระ
     กาะประณามสตาลินเป็นการประณามการปกครองโดยส่วนบคคลและประณามการยกย่องนับถือรัฐบุรุษประหนึ่งเทพเจ้า ซึ่งจีนยังปฏิบัติอยู่ กล่าวคือ ในประเทศจีนเป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วโดยทั่วไปว่า เมาเซตุงเป็นผู้กำหนดวินิฉัยนโยบายต่าง ๆ .. จีนกล่าวว่า “เป็นการสมควรที่จะวิจรร์สตาลิน แต่จีนไม่เห็นด้วยกับวิธีการวิจารณ์และไม่เห็นด้วยกับข้อวิจารณ์บางแง่มุม ต่อมาเมื่อความสัมพันะถึงขึ้นแตกหักแล้ว จีได้วิจารณ์รุสเซียเรื่องประณามสตาบลินโดยเป็นบทความในหนังสือพิมพ์ ว่า สตาลินมีคุณงามความดีล้นเหลือเหนือความผิดพลาดของเขา
     จีนมีท่าทีสนับสนุนการปกครองโดยหมู่คณะ แต่เมื่อเมาเซตุงสามารถคุมเสียงข้างมากได้ นดยบายการปกครองโดยหมู่คณะย่อมไม่เป็นที่พึงปรารถนาของเมา เซ ตุง เพราะการที่รุสเซียโจมตีการบูชาตัวบุคคล หรือสตาลินนั้น เป็นการโจมตีเมา ในขณะนั้นด้วย
     ในด้านนโยบายอยู่ร่วมกันโดยสันตินั้น ถ้าพิจารณาโดยถืออุดมการณ์เป็นหลักนโยบายนั้นขัดต่ออุดมการณ์มาก โดยที่ลัทธิมาร์กซ์และลัทธิเลนินล้วนเน้นการต่อสู้ระหว่างชนชั้นอันหลักเลี่ยงมิได้ และปราศจากการประนีประนอม และชัยชนะจักเป็นของชนชั้นกรรมาชีพ การอย่ร่วมกันโดยสัติปฏิเสธหลักการแห่งอุดมการณ์ดังกล่าวอย่างชนิดขาวเป็นดำรุสเซยได้ยืนยันว่า ยังคงดำเนินนโยบายปฏิวัติโลกเพียงแต่เปลี่ยนวิธีการจากการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ มาเป็นการแข่งขันกันสร้างความเจริญเพื่พิสูจน์คุฯวิเศษของลัทธิอุดมการณ์โดยวิธีการนั้น เป็ฯวิธีการตามครรลองแห่งสันติวิธีมิใช่ยุทธวิธีเพื่อปฏิวัติโลก อีกทั้งเป็นการยอมรับควาคงอยุ่ของระบอบในเบื้องต้นที่ลัทธิอุดมการ์มุ่งหมายทำลายมิให้คงอยู่ แต่จักสลายตัวในบั้นปลาย จีนถือว่า การอยู่ร่วมกันโดยสัติเป็นการทรยศต่ออุดมการณ์ และเป็นการปฏิเสธภาระหน้าที่ผูกพันที่จะต้องปฏิวัติโลกเพื่เห็นแก่ผลประโยชน์แห่งรัฐมากกว่าผลประโยชน์ของโลกคอมมิวนิสต์ ลัทธิชาตินิยมมีพลังเหนือลัทธิสากลนิยมแล้วสำหรับรุสเซีย
     จีนได้กำหนดลักษณะลัทธินิยมแก้ไขปรับปรุงอุดมการณ์ ไว้ว ดดยเป็นการจำกัดความของลัทธิที่ตรงกับพฤติกรรมของครุเชฟ ดังนี้
“ (ลัทธิแก้ไขปรับปรุงอุดมการณ์)ประณามไม่ยอมรับว่า พรรคคอมมิวนิสต์และพรรคของกรรมกร เป็นแนวหน้าของชนชั้นกรรมาชีพ ไม่ยอมรับหลักการเผด็จการและปฏิวัติโดยชนชั้นกรรมาชีพ หากแต่ยอมรับว่าลัทะนายทุนสามรถข้ามมาสู่ลัทธิสังคมนิยมได้โดยใช้มาตรการประชาธิปไตยแบบชนชั้นกลาง และใช้ลัทธิวิถีทางประชาธิปไตยฝ่ายการเลือกตั้งมีผุ้แทน การเปลี่ยนมาสู่ลัทะสังคมนิยมโดยปราศจากการทำลายล้างกลไกของรัฐของชนชั้นกลาง(พวกแปรเปลียนลัทธิ)ได้ใช้ลัทธินิยมสันติภาพความสงบสุขเข้าแทนที่การต่อสู้ลัทธิจักรวรรดินยิม นำเอาการปฏิรูปมาใช้แทนการปฏิวัติดดยชนชั้นกรรมาชีพ นำเอาลัทะชาตินิยมแบบของชนชั้นกลางมาแทนการมุงพิทักษ์และเผยแพร่ลัทะไปทั่วโลก และแทนหลักมนุษยธรรมตาททฤษฎีของมาร์กซ์และเลนินซึ่ง่าด้วยการต่อสู้ระหว่างชนชั้นต่าง ๆ”
     ลัทธินิยมแก้ไขปรับปรุงอุดมการณ์คือ ลัทธินิยมที่ไม่ยอมรับหลักการสำคัญของอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ อันได้แก่ การทีพรรคคอมมิวนิสต์และพรรคกรรมกรเป็นแนวหน้าของชนชั้นกรรมาชีพ การปฏิวัติและระบอบเผด็จการโดยชนชั้นกรรมาชีพ ลัทธินิยมการแก้ไขปรับปรุงอุดมการณ์ยอมรบว่า ในการพัฒนาสังคมสู่สังคมนิยมนั้นลัทธิทุนนิยมเป็นองค์แระกอบหนึ่งมีปรากฎได้ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยชนชั้นกลาง ลัทธินอยมการแก้ไขปรับปรุงอุดมการณ์นิยมสันติวิธีมากกว่าวิธีการปฏิวัติเพื่อล้มล้างชนชั้นนายทุน นิยมปฏิรูปมากกว่าการปฏิวัติในการพัฒนาสังคม ลัทธินิวมการแก้ไขปรับปรุงอุดมการ์นิยมลัทธิชาตินิยมแบบชนชั้นกลาง มากกว่านิยมการปฏิวัติโลกและล้มล้างชนชั้น
    ตามหลักการชั้นต้น จีนถือว่ารุสเซียเป็นผู้นำและเจ้าลัทธิของโลกคอมมิวนิสต์การที่รุสเซียแปรเปลี่ยนอุดมการณ์จึงมีความหมายไปถึงการเปลี่ยนนโยบายของโลกคอมมิวนิสต์ต่อโลกเสรี การที่รุสเซียเปลี่ยนอุดมการณ์โดยสมานฉันท์กับสหรัฐอเมริกาและพัฒนาประเทศมุ่งไปทางวิถีทางของระบบนายทุน จีนถือว่าว่าเป็นการทรยสต่ออุดการณ์และเป็นหน้าที่ของจีนที่จะขจัดลัทธิแก้ไขปรับปรุงอุดมการณ์
     ครุสเซฟตอบโต้จีนโดยการวิจรร์ลัทธิเมา เซ ตุง ไว้ว่า
“ลัทธิคอมมิวนิสต์มิใช่ลัทธิที่จะหยิบยกขึ้นมาเหือนโต๊ะที่วางจานเปล่า และมีคนนั่งประจำโต๊ะที่เป็นคนมีจิตสำนึกสูงและมีความเสมอภาคกันอย่างสมบูรณ์ การเชื้อเชิญคนเข้าสู่ลัทธิคอมมิวนิสต์เช่นนั้นเสมือนเป็นการเชิญคนดื่มนำซุปด้วยส้อม นี้เป็นตัวตลกของลัทธิคอมมิวนิสต์แน่นอน”
     รุสเซียกล่าวหาจีนว่าเป็นผุ้ที่ท่ำให้เกิดโลกคอมมิวนิสต์หลายเส้าแล้วและเต็มไปด้วยความรักชาติอย่างคลั่งไคล้ใหลหลง ในการตอบโต้กันนั้น ต่างก็กล่าวหาอีกฝ่ายนิยมแบ่งแยกบรรดาพรรคคิมมิวนิสต์ โดยมีได้คำนึงถึงมติเสียงส่วนใหญ่และนิยมการแบ่งแยกภายในพรรค ตลอดจนนิยมการแทรกซึมกิจการพรรคอื่นเพื่อก่อเกิดการแบ่งแยกภายในพรรค นดยบายแบ่งฝ่ายในพรรคที่จีนนิยมใช้นั้นยึดถือทฤษฎีแห่งการหลีกเลี่ยงมิได้ของการแบ่งแยก เป็นการดำเนินนโยบายเพื่อให้เกิดการแบ่งแยกภายในโลกคอมมิวนิสต์ มีทั้งพรรคที่ต่อต้านและพรรคที่สนับสนุนรุสเซีย โลกคอมมิวนิสต์ปั่นป่วนยิ่งใน หลังจากที่จีนและรุสเซียแตกแยกเป็นทางการแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น