วันพุธที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

vietnam war(Communist World)

วิกฤตการณ์เวียดนามทำให้จีนเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศ จากการที่คอมมิวนิสต์ในเวยดนามใต้ที่เรียกตัวเองว่าเวียดกง ทวีการก่อการร้ายในเวียดนามใต้ รัฐบาลเวียดนามใต้ภายใต้การสนับสนุนของอเมริกากดขี่พวกถือศสนาพุทธอย่างรุนแรง สองปัจจัยก่อเกิดการล้มอำนาจรัฐบาลในเดือนพฤศจิกายน 1963 ทหารเร่มเข้ามาเล่นการเมืองแย่งชิงอำนาจกันเป็นเหตุใก้การเมืองิวียดนามใต้ปราศจากความมั่นคง เวียดกงก่อการร้ายรุนแรง โดยเเสดงทีท่าเด่นชัดว่ามีเวียดนามเหนือให้ความช่วยเหลือ คามเก่งกล้าของ
เวียดนามเหนือได้ทำให้โลกคอมมิวนิสต์โดยเฉพาะจีนแดงเริ่มหวั่นวิตกในปี 1964  เวียดนามหนือท้าทายอเมริกาและขู่คุกคามว่า ถ้าอเมริการุกรานเวียดนามเหนือ เวยดนามเหนือจะหันไปปรึกษากับจีนแดงและโลกคอมมิวนิสต์ ความเป็นพันธมิตรโดยพฤตินัยระหว่งจีนแดงกับเวียดนามเหนือได้สร้างความหนักใจให้แก่จีนแดง ดังเช่นที่รัสเซียเคยรู่สึกผูกพันต่อจีนแดงในกรณีพิชิตใต้หวัน จีนแดงเร่มเฝ้าดูท่าทีของอเมริกาในเวยนามใต้ เมื่อทูตอเมริกาคนต่อมาล้วนเป็นทหารยศนายพล ได้ทำให้จีนแดงเร่มวิตกอย่างจริงจัง ในขณะเดียวกัน เวียดนามเหนือก็หนุนหลังเวียตกงมากยิ่งขึ้น จนดูประหนึ่งว่าสามารถคุกคามเสถียรภาพความมั่นคงของเวียนามใต้ เมื่อทูตอเมริกาคนต่อมาล้วนเป็นทหารยศนายพล ได้ทำให้จีนแดงเริ่มวิตกอย่างจังจัง ในขณะเดียวกัน เวียดนามเหนือก็หนุนหลังเวียตกงมากยิ่งขึ้น จนดูประหนึ่งว่าสามารถคุกคามเสถียรภาพความมั่นคงของเวียดนามใต้ได้มิใช่น้อย จีนแดงตระหนักดีว่าอเมริกายึดถือทฤาษฎีโดมิโน เวียดนามใต้เป็นกรณีตัวอย่างทดสอบ ถ้าเวียดนามต้เป็นคอมมิวนิสต์ รัฐอื่น ๆ จะเป็นตาม ครั้งแล้วการปะทะกันได้เกิดขึ้นเมื่อเวียดนามเหนือโจมตีเรือพิฆาตของอเมริกาในอ่าวตังเกี่ย อเมริกาได้ตอบโต้โดยการโจมตีเวียดนามเหนือทางอากาศ วิกฤตการณ์ตังเกี๋ย ในเดือนสิงหาคม 1964 สร้างความวิตกในแก่จีนอย่างยิ่งด้วยเกรงสงครามจะอุบัติขึ้นใกล้พรมแดนของตน จีนแดงเตือนอเมริกาว่า จีนจะใช้กำลังเข้าแทรกแซงในวิกฤตการณ์เวยดนาม ถ้าอเมริการุกรานเวียดนามเหนือและ ลาวภาคเหนือ โดยนัยนี้ จีนแดงยินยอมให้เวียดนามเหนือรวมเวียดนามใต้ได้ถ้าสงครามเผชิญหน้าอเมริกาจะมีขอบเขตจำกัด ณ ยุทธภูมิแห่งเวียดนามใต้  แต่จะไม่ยินยอมในกรณีที่เวียนามใต้ภายใต้การสนับสนุนของอเมริการวมเวียดนามเหนือ จีนแดงยังต้องการให้มีเวียดนามที่เป็นคอมมิวนิสต์ทั่วประเทศ หรือกึ่งประเทศเป็นรัฐกันชนเพื่อนบ้าน เพื่อความปลอดภัยของจีนแดงเอง
     พฤติกรรมของจีน ทำให้รัฐเซียหนักใจมากที่สุด คือ ความสำเร็จทางการทูตของจีนแดงที่สามารถผูกมิตรกับฝรั่งเศส ถึงกับฝรั่งเศสรับรองจีนแดง  รัสเซียซึ่งฝังใจมานาน มีความหวาดกลัวการถูกกระหนาบหน้าหลังด้วยศัตรูทีทรงกำลังแสนยานุภาพในที่นี้ รัสเซียกลัวทั้งฝรั่งเศสซึ่งหนุนเยอรมัน และจีนที่อยูประชิดพรมแดนตะวันออก ขณะนั้นเยอรันตะวันตกมีทีที่ปรารถนานิวเคลียร์เช่นกัน โดยมีความสนิทสนมกับอเมริกา รัสเซียระแวงกับการที่จะมีฝรั่งเศสและเยอรมัน ซึ่งล้วนเป็ฯมหาอำนาจที่จะมีนิวเคลียร์ในอนาคตมาเป็นประเทศเพื่อบ้าน
   จากความน่าวิตกนี้ประกอบกับจีนแดงได้เสนอร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ที่สูญเสียดินแดนกับรัสเซียในการเจรจาเรื่องดินแดนใหม่ ซึ่งเป็นข้อวิตกแก่รัสเซียมาก รัสเซียจึงเตือจีนว่ จีนจะประสบชะตากรรมทำนองเดียวกับจักรวรรดิญี่ปุ่น ถ้าจีนเรียกร้องต้องการแผ่ขยายดินแดนล้ำเข้าไปในพรมแดนของรัสเซีย..ความบาดหมางกัยอย่งเปิดเผยนับแต่ปี 1963 ได้ทำให้บรรดาคอมมิวนิสต์ทั่งโลกพยายามเสนอตัวเข้าไกล่เกลี่ย แต่ไร้ผลโดยสิ้นเชิง ความพยายามของรัสเซียที่จะขจัดจีนแดงออกไปจากทางประจวบเหมาะกับเกิดวิกฤษติทางการเมืองในรัสเซียเอง รัสเซียเริ่มตระหนักถึงภัยของจีนมากขึ้นทุกที
    ครุสเซฟดำเนินนโยบายสัมพันธ์อันดีกับเยอรมันตะวันตก ทำให้ฝ่ายปฏิปักษ์ของครุเซฟหวาดวิตกมาก เพราะภัยที่แท้จริงในทัศนะของบุคคลกลุ่มนี้คือภัยเยอรมันมิใช้ภัยจากจีนแดง ครุสเซฟดำนินนโยบายต่างประเทศค่อนข้างจะเป็นเอกเทศ และเป็นนโยบายค่อนข้างรุนแรง อาทินโยบายประณามสตาลิน กระทั่งรัฐบริวารกระด้างกระเดื่อง การดำเนินนโยบายต่างประเทศต่ออเมริกากระทั่งตระบัดมิตรกับจีนแดง และนโยบายที่ดำเนินผิดพลาดที่สุดในกรณีคิวบา ครุสเซฟคิดจะสั่งสอนจีนแดง ด้วยการคิดวางแผนบุกและยึดครองชินเดียง ซึ่งเป็นศูนย์ค้นควาอาวุธนิวเคลียร์ของจีนแดง ซึ่งเป็นที่หวาดวิตกของกลุ่มชั้นผุ้นำของรัสเซียมาก ในวันที่ 15 ตุลาคม 1964 รัสเซียประกาศปลดครุสเซฟออกจากตำแหน่งท่ามกลางความพิศวงของประชาคมโลก

    วันต่อมาจีนทดลองอาวุธนิวเคียร์ลูกแรด จีนแดงกำลังก้าวมาเป็นมหาอำนาจ ในขณะที่รุสเซียเปรียนตัวผู้นำ และวิกฤตการณ์ในอินโดจีนได้ทวีวามสลับซับซ้อนมากขึ้นในการดึงอเมริกาเข้ามาเกี่ยวข้อง
     จีนแสดงความกระตื้อรื้อล้นที่จะฟื้นฟูสัมพันธภาพอันดีกับรัสเซีย จูเอนไล นำคณะผู้แทนจีนเข้าร่วมฉลองวันครบรอบปฏิวัติ ณ มอสโคว์ เป็นการเชื่อสัมพันธ์ไมตรี แสดงท่าทีว่าจีนแดงมีความเป็นมิตรต่อผุ้นำใหม่รัสเซีย คือ นายโคลิกิน นายกรัฐมนตรี และนายเบรสเนฟ เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ แต่รัสเซียยังคงดำเนินนโยบายต่างประเทศตามแนวของครุสเซฟ การเปลี่ยนผุ้นำย่อมไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนนโยบายเพียงแต่เปลี่ยนผู้นำใหม่ที่มีวิธีการใหม่ในการดำเนินนโยบายเดิมหลักการเดิมเท่านั้นเองความสัมพันธ์ของจีนและรัสเซียนั้นยังคงอึมครึมแต่แล้วก็มีสถานการณ์หนึงเข้าขัดจังหวะซึ่งส่งผลดีแก่รัสเซีย คือ วิกฤ๖การ์ในอินโดจีน
     7 กุมภาพันธ์ 1965 สหรัฐอเมริกาเร่มกลยุทธโจมตีเวียดนามเหนือทางอากาศจีนวิตกเสถียรภาพความมั่นคงของตนนมาก เมื่อนายโคชิกิน นายกรัฐมนตรีรัฐเซียเยือนปักกิ่งในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เขาได้รับการต้อนรับขับสู่อย่งดี มีการเปิดการเจรจาเรื่องเวียดนามเหนืออย่งเคร่งเครียด รัสเซียเสนอให้รัฐ
คอมมิวนิสต์ที่เกี่ยวข้องเปิดการเจรจากับสหรัฐอเมริกาด้วยปัญหาอินโดจีน โดยมิคำนึงถึงอทธิพลฐานะของจีนแดงในภูมิภาคเท่าใดนัก รัสเซียมุ่งจะป้งกันมิให้วิกฤติการณ์ในอินโดจีนขยายตัวออกไป นโยบายของรัสเซียจึงขัดกับจีนแดงอย่างรุนแรง นักศึกษาจีนประท้วงหน้าสถารทูตอเมริกาในมอสโคว์ทั้งนี้การที่จีนแดงประท้วงมีผลกระทบกระเทือนไปถึงการเตรียมประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ทั่วโลกด้วย บรรดาพรรคคอมมิวนิสต์ส่วนใหญไม่เห็นด้วยที่รัสเซียจะใช้เสียงที่ประชุมบีบจีนแดงให้ปฏิบัติตามความประสงค์ของรัสเซีย ณ ที่ประชุมซึ่งมีขึ้นในวันที่ 5 มีนาคม บรรดาพรรคคอมมิวนิสต์อาเซียนรวมทั้งเวียดนามเหนือและจีนแดงไม่เข้าร่วมประชุม เป็ฯการท้าทายรัสเซียอย่างอาจหาญ รัสเซียได้แต่เรียกร้องให้โลกคอมมิวนิสต์ให้โลกคอมมิวนิสต์ร่วมกันพิทักษ์เวียดนามเหนือ ความคิดที่จะบีบบังคับให้ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ทั่วโลกต้องเลิกราไปชั่วขณะหนึ่ง
      ในขั้นต้นข้อเรียกร้องของรัสเซียเพื่อ “ปฏิบัติการร่วมกัน” ค่อนข้างจะได้ผลจีนแดงค่อยๆ ยินยอมให้รัสเซียขนส่งอาวุธทางรถไฟฝ่านจีนได้ แต่แล้วรัสเซียได้สำแดงเจตนาที่แท้จริงออกมาว่าควรมีมีการประชุมระหว่งรัสเซีย จีนแดง และเวียดนามเหนือ เพื่อพิจารณาการขนส่งอาวุธทางรถไฟและทางอากาศฝ่ายจีนแดง

     วิกฤตการณ์เวียดนามดูจะมีความเกี่ยวข้องกับสัมพันธภาพระหว่างจีนแดงกับรัสเซียอย่างแยกกันไม่ออกจีนแดงถือว่ารัสเซียต้องทุ่มความช่วยเลหือแก่เวียดนามเหนือ ในฐานะเป็นผุ้นำโลกคอมมิวนิสต์ รัสเซียควรปฏิบัติเช่นนั้น แต่รัสเซียก็มิอาจจะเสี่ยงเช่นนั้น ด้วยเกรงว่าการแทรกแซงทางทหารโดยตรงในวิกฝฟตการณ์เวียดนามจะเป็นการยั่วยุให้รัสเซียต้องเผชิญหน้ากับอเมริกา รัสเซียเลี่ยงพันธกรณีความรับผิดชอบในกรณีเวียดนามด้วยการตั้งกติกาว่า ควรเป็นควมช่วยเหลือร่วมกัน คือ โลกคอมมิวนิสต์ทั่งมวลร่วมกัน
     ทั้งรัสเซียและจีนแดง ต่างไม่ปรารถนาที่จะเข้าแทรกแซงทางทหารในสงคราเวียดนาม ต่างไม่ต้องการเสี่ยงเผชิญหน้าอเมริกา แต่ในแนวทางเดียวกัน ต่างก็อ้างตนเป็นมิตรในยามยากร่วมอุดมการณ์กับเวียดนามเหนือ ต่างผลักดันให้อีกฝ่ายเข้าสงครามเพื่อรอคอยความหายนะ วิกฤตการณ์เวียดนามได้กลายเป็นเครื่องพิสูจน์ความหมายของพันธกรณีทางอุดมการณ์ในการปฏิวัติโลกที่โลกคอมมิวนิสต์ได้แสดงเสมอมา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น