วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ราชวงศ์โรมานอฟ

          เป็นราชวงศ์ที่สองและราชวงศ์สุดท้ายของรัสเซียโดยราชวงศ์นี้ปกครองจักรวรรดิรัสเซียตั้งแต่ ค.ศ. 1613-1917 ปฐมกษัตริย์คือ พระเจ้าไมเคิลที่ 1 ได้รับแต่งตั้งภายหลังสมัยแห่งความยุ่งยาก ราชวงศ์นี้ปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์โดยตลอดโดยไม่ยินยิมให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะเป็นการลดพระราชอำนาจของกษัตริย์แม้ว่าพระเจ้า นิโคลาสที่ 2 จะทรงตั้งสภาดูมาใน ค.ศ. 1905 ก็มิได้มีสิทธิในการออกกฎหมายอย่างเต็มที่ จนเกิดการปฏิวัติใหญ่ในรัสเซียพระเจ้าซาร์นิโคลัสต้องทรงสละราชสมบัติ และถูกปลงพระชนม์โดยกำลังของฝ่ายบอลเซวิค ซึ่งสาเหตุของการปลงพระชนม์เนื่องด้วย พระเจ้าซาร์นิโคลัสเข้าร่วมสงครามและทุ่มงบประมาณไปกับสงครามมากทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลให้ประชาชนก่อการปฏิวัติ และทางราชวงศ์ได้พยายามหลบหนีแต่ไม่สำเร็จได้ถูกนำมากักตัวและถูกลอบปลงพระชนม์rasputin-3 (1)
        ซาร์นิโคลาสที่ 2 เป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของรัสเซีย แกรนด์ดยุคฟินแลนด์ และพระมหากษัตริย์โปแลนด์โดยสิทธิ์เป็นพระโอรสของสมเด็จพระจักรพรรดิอเล็กซาเดอร์ที่ 3 แห่งรัสเซีย ราชวงศ์โรมานอฟ ทรงเสกสมรสกับเจ้าหญิงอลิกซ์แห่งเฮสส์และไรน์ ซึ่งต่อไม่ได้รับการเฉลิมพระนามเป็ฯ สมเด็จพระจักรพรรดินีอเล็กซานตราเฟโอโดรอฟนาแห่งรัสเซีย มีพระราชบุตรเวยกันห้าพระองค์ ได้รับการกล่าวขานวว่าเป็นจักรพรรดิที่อ่อนแด ทรงไม่สามารถจัดการกับความไม่สงบภายในประเทศ โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น และการที่ทรงบัญชาการรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ไม่ทรงสามารถควบคุมกองทัพได้ อันเป็นชนวนให้ประชาชนชาวรัสเซียไม่พอใจและก่อการประท้วง นอกจากนี้ยังทรงปล่อยให้รัสปูตินเข้ามามีอิทธิพลเหนือราชสำนัก ต่อมาคณะปฏิวัติบอลเซวิค ได้บังคับให้ทรงสละราชสมบัติทรงถูกจำคุกและถูกปลงพรเชสม์อยางทารุณพร้อมด้วยพระราชวงศ์หลายพระองค์
        รัสปูติน (เกรกอรี เอฟิโมวิช รัสปูติน) เป็นนักบวชผุ้มีพลังจิตพิเศษที่มีบทบาทในยุคปลายราชวงศ์โรมานอฟของประเทศรัสเซียแต่การมีบทบาทและอิทธิพลของเขานั้นเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์โรมานอฟ รัสปูติน เกิดในไซบีเรีย ในครอบครัวเกษตรกร สันนิษฐานว่าเขามีความเชื่อในนิกายคลีสติ ซึ่งเป็นนิกายนอกรีต กลุ่มศาสนิกชนผู้ยึดถือในนิกายนี้เชื่อว่ามนุษย์มีบาปมาแต่เริ่มแรกจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไถ่บาปในเวลาต่อมา พวกเขาประกอบพิธีหลายอย่างเกี่ยกับความวิตถารในทางกามารมณ์และการบูชายัญ รัสปูตินเร่ร่อนไปทั่งชนบทของรัสเซีย เพื่อประกอบการเยียวยารักษาโรค และชักชวนผู้ญิงให้เข้าร่วมพิธีกรรมเหล่าโดย การดื่มเหล้า ร้องเพลง การเต้นรำอย่างบ้าคลั่ง และก็กิจกรรมทางเพศเป็นหมู่คณะ ในทุกๆ แห่งที่สะดวก ไม่ว่าจะเป็นป่า ยุ้งข้า หรือกระทอมของสาวก
       รัสปูตินมีความสามารถพิเศษในการทำนายอนาคตได้ยอ่างค่อนข้างถูกต้อง ต่อมารัสปูตินเข้าถือพรตเป็นนักพรตในศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย ประกอบกับบุคลิกที่เงียบขรึม ผู้คนในเมือง ต่างนับถือแต่ต่อมา เมื่อผู้คนพบกับธาตุแท้ ต่างเรียกรัสปูตินว่า Icha หรือ “นักพรตวิปลาส”รัสปูตินแต่งงานกบหญิ่งผู้มีอายุมากว่าตน และมีลูกด้วยกัน 4 คน กระทั่งรัสปูตินเดินทางแสวงบุญไปยังกรีกและเยรูซาเลมเมื่อเดินทางกลับถึงรัสเซีย รัสปูตินอ้างตนว่าเป็นผู้มีพลังพิเศษและรักษาโรคได้ 1284041557
       เจ้าชายอะเลคดซย์พระราชโอรสองค์สุดท้องในพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 แห่งรัสเซียประสูติ แต่ทรงมีพระอาการประชวรด้วยโรคฮีโมฟีเลีย หรือพระโลหิตไหลออกง่ายและหยุดยากเนื่องจากพระโลหิตผิดปกติ ซึ่งในสมัยนั้นโรคนี้สามารถคร่าชีวิตคนได้พระเจ้าซาร์หาหมอมีมาหลายคนก็ไม่สามารถรักษาพระอาการได้
       รัสปูตินเดินทางมาในพระราชวังและสามารถรักษาพระอาการป่วยของเจ้าชายอะเลคเซย์ได้ โดยใช้วิธีสะกดจิตและปล่อยให้ระบบในพระวรการเยียวยาอย่างเงียบๆ พระมเหสีในพระเจ้าซาร์ขอให้รัสปูตินเข้ามาอยู่ในวัง เพื่อทำการดูแลเจ้าชายต่อ ซึ่งทำให้ชีวิตของรัสปูติน เริ่มมีบทบาทและอำนาจขึ้นมา รัสปูตินใช้วิธีการจัดเลี้ยงเพื่อล้างบาป ซึ่งการจัดงานเลี้ยงเพื่อล้างบาปนั้นดูจะบ่อยและพร่ำเพื่อจนคนภายนอกมองว่ารัสปูตินต้องการเสวยสุขจากงานเลี้ยงมากกว่า อิทธิพลของรัสปูตินในวังหลวงเพิ่มมากขึ้นเมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ซาร์นิโคลัสที่ 2 ไปบัญชาการรบด้วยตนเอง และเมือกลับมารัสเซีย รัสปูตินก็ปรนเปรอด้วยงานเลี้ยง กิจการบ้านเมืองจึงตกอยู่ภายใต้อิทธพลรัสปูติน
       เจ้าชายเฟลิกซ์ยูสชูปอฟ เห้นว่ารัสปูตินจะเป็นภัยต่อชาติ จึงร่วมมือกับแกรด์ดยุคดมิทรี พัฟโลวิช ลวงสังหารรัสปูติน  สามวันต่อมา ศพของรัสปูตินถูกพบ และถูกส่งไปชันสูตร ผลการชันสูตร พบสารไซยาไนด์และกระสุนปืนจำนวนมากในร่างของรัสปูติน รัสปูตินเสียชีวิตเพราะการจมน้ำ
       ก่อนเสียชีวิต รัสปูตินสามารถทำนายอนาคตตนเองได้วากำลังจะเสียชีวิตเร็วๆ นี้ และได้พบกับคำทำนายบางสิ่ง จึงเขียนคำทำนายฉบับสุดท้ายฝากคนรับใช้ให้ไปส่งให้พระเจ้าซาร์ ฉบับนั้น เขียนไว้ในทำนองว่า ถ้าตัวเขาเองถูกฆ่าด้วยน้ำมือของสามัญชน ราชวงศ์โรมานอฟจะปกครองรัสเซียไปได้อีกหลายร้อยปี แต่ถ้าตัวเขาเองถูกฆ่าตายโดยเชื้อพระวงศ์ หรือบรรดาศักดิ์ ราชวงศ์จะถูกโค่นล้มในอีก 2 ปีข้างหน้า..
       กระแสปฏิวัติในศตวรรษที่ 20 นั้นมีไปทั่วโลก จักรวรรดิรัสเซียเข้าสู่สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้คนอดอยากทั่วรัสเซีย ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1917 เกิดการปฏิวัติ “การปฏิวัติเดือนกุทภาพันธ์” นำโดย วลาดิเมียร์ เลนิน ซึ่งพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงต้องสละราชบัลลังก์และถูกกักกันตัวไว้ หลังจากการปฏิวัติไม่นาน ราชวงศ์ทรงประทับอยู่ ณ พระราชวังอเล็กซานเดอร์ และระหว่างเมษายน และ พฤษภาคมปี ค.ศ.1918 ก็ทรงถูกย้ายจากพระราชวังอเล็กซานเดอร์มาประทับ ณ เมืองเยคาเทียรินเบิร์ก สิบหก กรกฎาคม เวลา หนึ่งนาฬิกาสามสิบนาที นิโคลัส อเล็กซานดร้า โอรสและธิดาถูกหลอกให้ลงมาชั้นใต้ดิน แต่เมือทั้งหมดลงมา ก็ถูกขังไว้ในห้องพร้อมกับทหารกลุ่มบอลเซวิค โดยทั้งหมดสิ้นพระชนม์จากการถูกยิงเป้าหมู่ ภายหลังได้มีการฝังพระศพทั้งหมดร่วมกัน เป็นการปิดฉากราชวงศ์โรมานอฟและจักรวรรดิรัสเซีย...

   

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น