วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ธรรม

 พระพุทธองค์ไม่ทรงแต่งตั้งผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งแทนพระองค์พระองค์ทรงตรัสกับพระอานนท์ว่าในปัจฉิมโอวาทว่า "...อานนท์ ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้น จักเป็นองค์ศาสดาของพวกเธอทั้งหลาย เมื่อเราล่วงลับไปแล้ว..."




   พระธรรมและพระวินัย ในสมัยแรกเริ่มทรงท่องจำโดยวิธีมุขปาฐะ เรื่อยมากระทั่งหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน การสังคยนาก็ยังคงใช้วิธีมุขปาฐะ กระทั่งภายหลังเปลี่ยนมาเป็นการบันทึกเป็นอังษรเนื่องจากเพื่อความถูกต้องและไม่เลือนไปตามกาลเวลา

 พระธรรมพระวินัย จากพระโอษฐ์พระพุทธองค์ เมื่อครั้งตั้งแต่สมัยพุทธกาล ที่รวบรวมและรักษากันได้ทั้งหมด แบ่งเป็น  พระวินัยปิฎก  พระสุตตันปิฎก  และพระอภิธรรมปิฎก  ทั้งหมด 45 พระคัมภีร์(ในทางฝ่ายหินยาน)




   ในการทำสังคยนาแต่ละครั้งจะต้องมีประธานและคณะสงฆ์ผู้ทรงคุณ เป็นจำนวนมากน้อยไม่กำหนดในแต่ละครั้ง เพื่อจะไม่ให้เกิดการคลาดเคลื่อนไปจากคำสอนของพระพุทธองค์ ในการทำสังคยนาในครั้งที่1-3 นั้นเป็นการทำกันที่ชมพูทวีป โดยเหตุแห่งการสังคยนาแต่ละครั้งแตกต่างกันไป อาทิ เมื่อสังคยนาครั้งที่นั้น เหตุเกิดจากการกล่าวจาบจ้วงพระผู้มีพระภาค ครั้งที่สองอันเป็นเหตุแห่งการแตกเป็นนิกายนั้นเกิดจากเรื่องศีลในข้อเล็กน้อย กล่าวคือ พวกหนึ่ง ในถือปฏิบัติย่อหย่อนจากคำที่พระพุทธองค์ตรัสเพราะไม่เห็นว่าเป็นความผิดที่ทำใ้ห้เกิดการเสียหายแก่หมู่สงฆ์ ทั้งพระพุทธองค์ทรงไม่กำชับในข้อศีลเล็กน้อยเหล่านี้ ที่รู้จักกันในนาม วัตถุ 10 อันมีเรื่องการจับเงิน การสะสมเกลือ เป็นต้น และอีกพวกหนึ่งถือเคร่งครัดในคำสอนของพระพุทธองค์  ในครั้งที่ 3 ทำในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เนื่องจากพวกอลัชชีปลอมบวชในพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก  โดยพระเจ้าอโศกมหาราชเป็นประธานในฝ่ายคฤหัสถ์ ในครั้งนั้นมีการฆ่าพวกอลัชชีเป็นจำนวนมาก




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น