วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Edward III of England

  สงครามร้อยปี เป็นสงครามแย่งชิงดินแดนมิใช่รบกันตลอดร้อยปี แต่มีสงครามเป็นระยะ ว่าด้วยเรื่องดินแดนในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นการรุกคืบของอังกฤษในการครอบครองดินแดนบนพื้นแผ่นดินใหญ่ และการผลิกกลับยึดคืนจากทางฝรั่งเศส รวมระยะเวลา 116 ปี สงครามจึงยุติ
   ในสมัยพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ0bf3678fc91ab01f4548c766790bc71f_1M
ยุทธการเครซี 
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงนำทัพไปนอร์มังดี ทรงเผาเมืองแคนและเดินทัพต่อไปทางเหนือของฝรั่งเศส และทรงพบกองทัพฝรั่งเศสในยุทธการเครซี่
ยุทธการเครซี่ เป็นยุทธการที่สำคัญที่สุดยุทธการหนึ่งในสงครามร้อยปีความก้าวหน้าในการใช้อาวุธและยุทธวิธี นักประวัติศาสตร์หลายคนมีความเห็นว่าเป็นยุทธการที่เป็นการเริ่มสมัยสุดท้ายของระบบอัศวิน
     การได้รับชัยชนะในยุทธการครั้งนี้ของอังกฤษ ด้วยกำลังพลที่น้อยกว่า สามเท่าตัวเกิดจากความก้าวหน้าทางยุทธวิธีและอาวุธ กล่าวคือ
     อังกฤษใช้พลธนูยาวยับยั้งการบุกของฝ่ายฝรั่งเศษที่ใช้พลหน้าไม้เจนัวทหารรับจ้างผู้มีชื่อเสียง และดูเหมือนว่าอังกฤษจะเดาทางฝรั่งเศษได้เป็นอย่างดี โดยการเตรียมขวากกั้นม้ายับยั้งการบุกระลอกที่ 2 และเมื่อแนวหน้าไม่สามารถทะลวงเข้ามาในเขตฝ่ายตรงข้าม ที่ตั้งแนวตั้งรับที่เหมาะสมและสอดคล้องกับชัยภูมิดังภาพ


1954
 english_gun_used_at_crecy
เมื่อทัพหน้าไม่สามารถรุกคืบได้แม้กำลังพลจะมีมากกว่าก็ไม่มีประโยชน์ พร้อมกันนั้น การถ้าโถมเข้าโจมตีด้วยความโกรธเกรี้ยวกับเป็นผลร้าย เนื่องจากการเตรียมการมาเป็นอย่างดีของทางฝ่ายอังกฤษ โดยการใช้ปืนใหญ่ในการสู้รบ  ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายให้แก่กองทัพฝรั่งเศษเป็นอย่างมาก การพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นการพ่ายแพ้ครั้งสำคัญของฝรั่งเศษและนับจากนั้น ยุคแห่งอัศวินที่เป็นทัพหน้าในกองทัพจึงหมดไปด้วย เรียกได้ว่าในยุทธการนี้ทางฝ่ายฝรั่งเศษเสียหายอย่างย่อยยับ

      ในขณะเดียวกันทางอังกฤษ วิลเลียม ซูค William Zouche อาร์ชบิชอปแห่งยอร์กก็รวบรวมกำลังกันต่อต้านพระเจ้าเดวิดที่ 2 แห่งสกอตแลนด์ ได้รับชัยชนะและจับตัวพระเจ้าเดวิดได้ที่ “ยุทธการเนวิลล์ครอส”
      พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดก็ทรงต่อสู้กับฝรั่งเศษได้อย่างเต็มที่ ทรงล้อมเมือง คาเลส์ และยึดได้ในเวลาต่อมา
      หลังจากการสวรรคตของ พระเจ้าหลุ่ยส์ที่ 4 ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1347 แล้ว พระเจ้าหลุยส์ที่ 5 แห่งบาวาเรีย พระราชโอรสก็ทรงเจรจาต่อรอบกับพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดเพื่อต่อต้านการขึ้นครองราชเป็นจักรพรรดิ์แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิของ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 แห่งเยอรมนี และต่อมาก็ทรงเปลี่ยนใจไปเข้าร่วมแข่งขันในการครองราชบัลลังก์เยอรมัน
      เกิดโรคระบาด กาฬโรคในยุโรป ซึ่งทำให้อักกฤษสูญเสียทั้งกำลังคน และกำลังทรัพย์เป็นอันมาก แต่มิได้นำไปสู่ความหายนะของสังคม นอกจากนั้นการฟื้นตัวเป็นไปอย่างรวดเร็ว
  Battle_poitiers
     
ยุทธการปัวติเยร์
king-john-france
เจ้าชายดำ The Black Prince สามารถมีชัยชนะเหนือพรเจ้าจอห์นที่ 2 แห่งฝรั่งเศสแม้ว่าทางฝ่ายฝรั่งเศสจะมีกำลังที่เหนือกว่า และนอกจากอังกฤษจะชนะทางฝ่ายฝรั่งเศสแล้วยังสามารถจับตัวพระเจ้าจอห์นที่ 2 แห่งฝรั่งเศสได้ด้วย หลังจากที่ได้รับชัยชนะต่อเหนื่องกันหลายครั้งอังกฤษก็ยึดดินแดนต่าง ๆ ในฝรั่งเศสได้มาก พระเจ้าจอห์นที่ 2 ตกอยู่ในความควบคุมของอังกฤษ รัฐบาลฝรั่งเศสก็เกือบล่ม ไม่ว่าการอ้างสิทธิในราชบัลลังก์จะจริงแท้หรือไม่เพียงไร หรือเป็นเพียงข้ออ้างในการเริ่มสงครามก็ตาม สถานะการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นใกล้ความเป็นจริงตามที่อ้าง
   
      ในปี ค.ศ. 1359 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดทรงตั้งใจตัดสินแพ้ชนะแต่ก็ไม่สัมฤทธิ์ผลที่เด็ดขาด  ปี ค.ศ. 1360 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดจึงทรงยอมรับสนธิสัญญาเบรทินยี Treaty of Bretigny ซึ่งเป็นการยกเลิกการอ้างสิทธิครองบัลลังก์แลกเปลี่ยนกับดินแดนต่าง ๆ ที่ทรงยึดได้จากฝรั่งเศส คือ อากีแตน บริตตานีครึ่งหนึ่ง และเมืองท่าคาเลส์
     พระเจ้าชาร์ลที่ 5 และขุนพลแบร์ทรันด์ ดู เกอสแคลง ก็สามารถยึดดินแดนต่าง ๆ คืนได้ในสมัยของพระองค์เพราะอังกฤษติดพันกับสงครามในสเปน และพระเจ้าเอ็ดวาร์ดสิ้นพระชนม์ใน ค.ศ. 1377 องค์ชายเอ็ดวาร์ด สิ้นพระชนม์ ค.ศ. 1376 และขุนพล ดู เกอสแคลง ก็สิ้นเสียชีวิตในค.ศ. 1380 จึงทำสัญญาสงบศึก ทั้งสองฝ่ายโดยจะรักษาสันติภาพอย่างน้อย 30 ปี และรักษาแนวรบเอาไว้ และให้พระเจ้าริชาร์ดที่ 2 ของอังกฤษสมรสกับ ธิดาของกษัตริย์ฝรั่งเศส

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น