วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

WWII:Erwin Johannes Eugen Rommel

     ในสงครามโลกครั้งที่ 1 รอมเมล เป็นหัวหน้ากองร้อยเนื่องจากหัวหน้าคนเดิมเสียชีวิต เป็นหัวหน้านำหมู่โจมตีกองทัพฝรั่งเศสสำเร็จด้วยความสามารถ และความชาญฉลาด ซึ่งทไห้ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ “กางเขนเหล็กชั้น 2” แต่ได้รับบาดเจ็บโดนกระสุนที่ขา หลังจากนั้นได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “กางเขนเหล็กชั้น 1” ขณะที่มียศร้อยโท ในครานั้นรอมเมลได้รับคำสั่งลาดตระเวนแนวรบฝรังเศสและเมื่อปะทะกับทัพฝรั่งเศส ด้วยการนำทีมของเขาเองสามารถตีทัพฝรั่งเศสแตกพ่ายไป จากนั้นได้ยายไปประจำกองพันทหารภูเขาซี่งเป็นหน่วนงานใหม่ ที่ต้องใช้ความสามรถและขอบข่ายภารภารกิจที่มากกว่าทหารราบธรรมดา

  จากการนำกองร้อบชนะกองทัพรูเมเนีย จับเชลยศึกได้เป็นจำนวนกว่าพันคน และยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ได้อีกจำนวนหนึ่งจึงทำให้ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ โพ เลอ เมรีท ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดทางทหารที่มีแต่ชั้นนายพลเท่านั้นที่จะได้ จากนั้นเยอรมันแพ้สงคราม
      รอมเมล รับราชการเป็นอาจารย์สอนโรงเรียนการทหารราบ เขาได้เลื่อยยศเป็ฯพันตรี ขณะที่อายุเพียง 40 ปี เป็นนายทหารชั้นพันที่อายุน้อยมาก เขาได้รับเลื่อนยศเป็นพันโท พร้อมได้รับแต่งตั้งเป็นคณบดีมหาวิทยาลัยวิชาการทหารที่ปอตสดัม
     ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศเยอรมนีมีการแก่งแย่งกันที่จะเป็นผู้นำประเทศกันอย่างดุเดือด ระหว่างพรรคนาซี กับคณะนายพล รอมเมลถูกทาบทามให้เป็นคนใกล้ชิดกับฮิตเลอร์ ในปี 1938 รอมเมล ได้รับแต่งตั้งเป็ฯพันเอกเต็มขั้นและรอมเมลก็เป็นผู้ก่อตั้งทัพยานเกราะเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2
      รอมเมลได้รับหน้าที่บุกโปแลนด์ เบลเยี่ยม และฝรั่งเศสและได้รับชัยชนะในที่สุด รอมเมลได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์หลายชั้นตั้งแต่ชั้นอัศวินไปจนถึงกางเขนเหล็ก ภายหลังฝรั้งเศสยอมแพ้ รอมเมลได้เลื่อนยศเป็นพลโท ในเดือนมกรคม 1941 และอีก 1 เดือนต่อมาเขาต้องเดินทางกลับเบอร์ลิน เพื่อรับตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพเยรมนีในแอฟริกา
     สมรภูมิทะเลทราย เป็นการใช้การวางแผนที่ชาญฉลาด ในทะเลทรายอันเวิ้งวางในการพิชิตศึก รอมเมลสามารถเอาชนะทัพอังกฤษในสงครามทะเลทรายโดยตลอด เชอร์ชิล ได้กล่าวไว้ในที่ประชุมนายทหารอังกฤษว่า “เรากำลังเผชิญกับศัตรูที่น่าเกรงขามที่สุด ..และบางที่อาจเป็นสงครามแห่งมหาวินาศโดยแท้ เพราะนายพลผู้ยิ่งยงผุ้นี้เพียงคนเดียว”
     การรบในทะเลทรายดำเนินการฝ่านไปเรื่อยๆ กองทัพเยอรมันเริ่มขาดแคลนเสบียง ยุทโธปกรณ์และน้ำมันที่จะเป็น เส้นทางลพเลียงถูกทัพอังกฤษตัดขาดเยิรมันยิ่งขาดแคลนขึ้นอีก กำลังใจของกำลังพลลดลงทุกขณะ..ในที่สุดอังกฤษส่งนายพลเบอนาร์ด มอนต์โกเมอรี่ มาสยบ แต่ในการพ่ายศึกครั้งนี้ เนื่องจากฮิตเลอร์ไม่ใส่ใจในการรบในสมรภูมิทะเลทราย ฮิตเลอร์ในขณะนั้นสนใจในการบุกรัสเซีย ซึงกลับมาทุ่มกำลังในช่วงที่ใกล้แพ้ศึกในสมรภูมิทะเลทรายแต่ก็ไม่ทันการณ์
      รอมเมลมีรายชื่ออยู่ใน กลุ่มพลังต่อต้านฮิตเลอร์ ซึ่งเกิดจากคณะนายทหารทีเห็นท่าที่ว่าเยอรมันจะแพ้ในสงคราม รถของรอมเมลถูกเครื่องบินกองทัพอังกฤษโหมกระสุนใส่จนรถเกิดพลิกคว่ำ รอมเมลเกือบเสียชีวิต และขณะนั้น ฝ่ายปฏิวัติฮิตเลอร์ เริ่มปฏิบัติการด้วยการวาระเบิดรัฐสภาแต่ล้มเหลว ฮิตเลอร์ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ฮิตเลอร์แค้นเคืองมาก และสืบหาผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง
     รอมเมลรู้ตัวว่าถูกจับตาจากตำรวจลับที่ได้ชื่อว่าเหี้ยมโหดทีสุดของเยอรมันซึง่บัญชาการโดยนายพลเกอริง
     และต่อมา พนายพลเบอร์กดอล์ฟ และนายพลไมเซล ได้นำเงื่อนไขของฮิตเลอร์ส่งมาให้ว่าจะยอมถูกไต่สวนโดยศาลประชาชนหรือกินยาพิษ ซึ่งรอมเมลคิดว่าถ้าเลื่อกข้อแรกเขาพอจะเดาออกว่าผลการตัดสินก็คือ “ประหารชีวิต”ในข้อหาทรยศต่อชาติ..เขาจึงเลือกอย่างที่สอง
     พิธีศพของรอมเมล ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ รอมเมลเป็นที่รักของประชาชนคำสดุดีถูกจัดทำขึ้นโดยฮิตเลอร์ใจความว่า “จอมพลรอมเมลถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 1944 เนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัสในคราวรถยนต์ประสบอุบัติเหตุ เมื่อคราวเดินทางกลับจากตรวจแนวรบด้านตะวันตก..การสูญเสียรอมเมลก็เท่ากัยได้สุญเสียนายทหารคนสำคัญคนหนึ่ง ในการต่อสู้กับชะตากรรมที่ชาวเยอรมันทั้งปวงกำลังเผชิญอยู่ในขณะทนี้นั้น ชื่อนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เป็นเสมือนศูนย์รวมของความกล้าหาญและความองอาจไม่กลัวตาย”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น