วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

WWII:Red Army

กองทัพแดงของกรรมกรและชาวนา Raboche-krest’yanskaya  armiya เกิดขึ้นเป็นกลุ่มการรบคอมมิวนิสต์ปฏิบัติของสกภาพโซเวียตระหว่างสงครามกลางเมืองรัสเซีย ค.ศ.1918-1922 ต่อมาเติบโตเป็ฯกองทัพแห่งชาติของสหภาพโซเวียต จนถึงคริสต์ทศวรรษ 1930 กองทัพแดงเป็หนึ่งในกองทัพใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ “กองทัพแดง” หมายถึงสีดั้งเดิมของขบวนการคอมมิวนิสต์เมื่องสัญลักษณ์แห่งชาติโซเวียตแทนที่สัญลักษณ์ปฏิวัติ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1946 กองทัพอดงจึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพบกโซเวียต กองทัพแดงได้รับชื่อเสิยงอย่างกว้างขวางว่าเป็นกำลังตัดสินชี้ขาดในชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตรในเขตสงครามยุโรปสงครามโลกครั้งที่สอง
     ปฏิวัติรัสเซีย การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ เป้นการปฏิวัติเฉพาะบริเวณนครเปโตรกราด ภายใต้ภาวะความวุ่นวานสามชิกรัฐสภาหลวงดูมาถือโอกาสเข้ายึดอำนาจบริหารประเทศและจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล เหล่าผู้นำกองทัพต่างรู้สึกว่าความพยายามปราบปรามการจลาจลของตนนั้นไร้ผล แบะพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 พระเจ้าซาร์องค์สุดท้ายแห่งรัสเซียทรงสละราชย์
     อำนาจคู่ ถือกำเนิดขึ้น รัฐบาลเฉพาะกาลครอบครองอำนาจรัฐ ขณะที่เครือข่ายโซเวียตแห่งชาติซึ่งนำโดยพวกสังคมนิยมได้รับการสวามิภักดิ์จากชนชั้นล่าวและพวกฝ่ายซ้าย
     ต่อมารัฐบาลเฉพาะกาลตัดสินใจที่จะทำสงครามกับเยอรมันต่อไป บอลเชวิกและนักสังคมนิยมกลุ่มต่างๆ เริ่มออกมารณรงค์ให้ยุติการสู้รบกับเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 1  บอลเชวิกได้ทำการเปลี่ยนกองกำลังจากชนชั้นแรงงานให้ไปเป็น เรอการ์ด ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นกองทัพแดง และกองกำลันี้ที่บอลเชวิกควบคุมเอาใจใส่อย่างมีนัยสำคัญ
     ปฏิวัติเดือนตุลาคม พรรคบอลเชวิกภายใต้การนำ วลาดมีร์ เลนิน และเช่าชนชั้นแรงงานโซวียตเข้าล้มล้างการปกครองของรัฐบาละฉพาะการ ณ กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พวกบอลเชวิกแต่งตั้งตนเองขึ้นเป็นผู้นำในกระทรวงต่าง ๆ มากมายรวมไปถึงการเข้ายึดอำนาจตามชนบทต่าง ๆ จัดตั้งหน่วย เชกา เพื่อปราบปรามการต่อต้านการปฏิบัติ และเพ่บรรลุเป้าหมายกายุติสงครามกับเยอรมนนี บอลเชวิกได้ร่วมลงนามใน สนธิสัญญาเบรสต์-ลิโตฟส์กกับเยอรมัน
     สงครามกลางเมืองอุบัติขึ้น กองทัพแดง กับกองทัพขาว ดำเนินไปหลายปี แต่ท้ายที่สุดกองทัพแดงของฝ่ายบอลเชวิกมีชัยชนะอย่างเด็ดขาดเหนือฝ่ายกองทัพขาว และการสิ้นสุดของระลอการปฏิวัติ และเข้าสู่ยุคสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต
     ในสมัยของสตาลินได้มัการพยายามพัฒนาประเทศ ให้เป็นอุตสาหกรรมหนักส่วนหนึ่งก็เพื่อการสร้างอาวุธที่ทันสมัยให้กองทัพแองและยังมีการอบรมสร้างนายทหารให้มีความสามารถมากขึ้น แต่ในช่วงการกวาดล้างของสตาลิน นายทหารฝีมือดีถูกกวาดล้างไปเป็นอันมาก กองทัพแดงในช่วงต้นสงครามจึงไม่เข้มแข็ง การเปลี่ยนโครงสร้างการบังคับบัญชา การเข้ามามีบทบามกาบัญชาการของพรรคคิมมิวนิสต์มากขึ้น และนำนายทหารที่มีความสามารถที่เหลืออยู่เข้ามาบัญชาการกองทัพ การย้ายโรงงานการผลิตอาวุธ เป็นปัจจัยที่ทำให้กองทัพแดงมีประสทิธิภาพมากขึ้น
    กองทัพแดงสามารถหยุดยั้งการรุกรานสตาลินกราด กองทัพที่ 6 ของเยรมันยอมจำนน กองทัพแดงกลายเป็นฝ่ายบุก มีโอกาสรุกเข้าไปในยุโรปตะวันออกและตีเอบร์ลินแตก สหภาพโซเวียตขยายอำนาจครอบครองยุโรปตะวันออก มีอาณาเขตเพิ่มขึ้นเป็น 15 สาธารณรัฐ
   ต่อำมาแผ่นดินญี่ปุ่นถูกกองทัพสหรัฐฯทิ้งระเบิดปรมาณู กองทัพแดงบุกเข้าโจมตีกองทัพญี่ปุนที่ประจำการในแมนจูเรียและเกาหลี ซึ่งเป็นการโจมตีภายมต้ข้อตกลงลับของสตาลิน รูสเวลล์และเชอชิลล์ ว่าจะบุกญี่ปุ่นภายใน 3 เดือนหลังจากเยอรมันยอมแพ้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น