วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

Region




ศาสนา ได้สิ่งที่ธรรมชาติของมนุษย์มีความต้องการอย่างลึกซึ้งภายในและขณะเดียวกันศาสนาก็มีอิทธิพลต่อชีวิตและสังคมของมนุษย์ทั้งด้านกี และด้านร้าย สุดแต่สภานการณ์ ช่วงเวลา และสภาพสังคมในสภาพสังคมและการเปลนทำนองเดียวกันสภาพสังคมและการเปลี่นแปลงของสังคมก็มีอิทธิพลต่อศาสนาเช่นกัน
                ในอดีที่ผ่านมาหลายพันปีจนถึงปัจจุบัน ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าบางครั้งศาสนาก็ช่วยแก้สภานการณ์ที่เลวร้าย วิกฤตให้สงบลงได้ บางรั้งศาสนาก็เป็นสกเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการจราจล ฆาปันกัน บางครั้งบุคคลในศาสนาก็เข้าไปเกี่ยวข้อง ก้าวก่ายต่อการเมือง การปกครองเศรษฐกิจและสงครามเสียเอง ดังนั้นจึงอาจได้ว่า ศาสนามีอิทธิพลต่อสังคม กละขณะเดียวกันสังคมก็มีอิทธพลต่อศาสนาเช่นกัน
บทบาทและอิทธิพลของสังคมต่อศาสนา
                กล่าวคือ บุคคล สังคม และภาพแวดลิ้มทางสังคม และทางภูมิศาสตร์ตอลดจนวัวัฒนธรรมและการเมืองการปกครอง ล้วนมีส่วนสำคัญที่อาจสามารถเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงศาสนา และมีอิทธิพลต่อศาสนาในด้านต่าง ๆ ได้
                บทบาทและอิทธิพลของศาสนาต่อสังคมส่วนรวม
ความสัมพันธต่อบุคคล บุคคลต่อบุคคล เริ่มจากครอบครัวขยายสู่ชุมชน และประทเศชาติในการจัดระบบของสังคมได้รอิทธิพลจากศาสนาเป็นส่วนมาก กาจัดอัดับในรุปการปกครอง การจัดรูปแบบของสังคม เป็นต้นโดยความเชื่อที่ว่า ผู้ปกครองหรือกษัตริย์นั้น มักจะจุติจาสวรรค์ กังทีเรียกันว่าสมมติเทพ คือเป็นบุคคลอีระดับหนึ่งดำรงฐานลดหลั่นกนลงมาตามลำดับ ..การขจัดปัญหาเรื่องชนชั้น ตามความเชื่อถือทางศาสนาในทุกสังคม แม้จะแตกต่างทางชั้นวรรระอร่างไรก็ตามสามารถรวมกันได้ เพราะอาศัยศาสนาเป็นศูนย์กลางและศูนย์รวมทางสังคมโดยศาสนาอีกอย่างคือ การประกอบพิธีสำคัญๆ ของสัคมนั้นๆ

                ศาสนานำความจริญก้าวหน้าต่าง ๆ ให้แก่มนุษยืมากมาย ทุกประเทศยอมรับว่า ความก้าหน้าทางศิลปวิทยาการทุกชนิดเกิดจากศาสนา  เป็นบ่อเกิดแห่งการศึกษา  มนุษย์ได้รับประโยชน์ อันเกิดจาอิทธพลทธิพลของศาสนาของศาสนาในด้านต่าง ๆ  ศาสนาเป็นสิ่งช่วยจูงในเต้าใจ ให้มนุษยืมีความมั่นคง เป็นอนหนึ่งอันเดียวกัน มีความสงบจิตใจ สบายใจตามหลักธรรองศาสนาที่ตนนับถือ
                ในเรื่องความเชื่อ ศาสนาเป็นเสมือนความเร้นลับของมนุษยื โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วยนที่เป็นไสยศาสตร์ เวทมนต์ คาถา ซึ่งนักสังคมวิทยาลงความเห็นว่าเป็นเรื่องไม่มีเหตุผล แต่ในแง่ของจิตวิทยาสังคม ต้องยอมรับในประสิทธิผลของอำนาจเร้นลั ไสยศาสตร์ และเวทย์มนต์คาถา ในลักษณที่เป็นการต่อสู้ทางอารมณ์ในภาวะการณ์ที่มนุษย์ไม่สามารถจะช่วยตัวเองได้ จึงต้องดาศัสิ่งเหล่านี้เป็นที่พึ่ง เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวผูกพันทางใจ
                ศาสนาเป็นเสมือนสายใยที่เชื่อมมนุษยืกับสังคมเข้าด้วยกันในฐานะที่ศาสาเป้นสถาบันทางสัฝคมที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเหนื่องมนุษย์ดับสังคมให้เข้าด้วยกันในฐานะที่ศาสนาเป็นสถาบันทางสังคมที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับสถาบันที่สำคัญอื่นๆ ในสัคม ซึ่งสามารรถแทรกอยู่ในสังคมแทบทุกชนชั้น ทุกวงการ ทุกสถาบันสัคม



                                                ชาวยิว  ชาวคริสต์  ชาวมุสลิม
                ศานายิวหรือศาสนายูดาห์ เกิดขึ้นในท่ามกลางสภาพสังคมที่ชาวยิวกำลังรับความทุกข์ ลำบาก ตกเป็นทาสถูกดขี่ขมเหงใช้งานหนัก โดนรังแก ถูกฆ่า ตามอำเภอใจของผู้มีอำนาจกครอง ชาวยิวทุคนหวังว่าจะมีผู้มาช่วยให้พ้นทุกข์ พ้นสภาพการเป็นทาส ซึ่งมีสถานะในสังคมเป็นเพียงพลเมืองชั้นต่ำสุด ยูดาห์เกิดมาเพื่อปลดป่อยชาวยิวจากทุกข์ยที่ถูกคุโทษ และภัยที่ถูกคุกคามทั้งปวง หลักธรรมคำสอนของศาสนามีวัตถุประสงค์ให้ชาวยิวร่วมใจกันสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อการปลดแอกและสร้างชาติ สร้างประเทศบ้านเมืองที่เป็นอิสระเป็นหลักฐานมั่นคง
                สภาพสังคมของชาวยิวก่อนเกิดศาสนายิวเป็นเช่นนี้ จึงทำให้เกิดศาสนายิว และทำให้ศาสูกปกครองนายิวเน้นหลักเรื่องชาตินยม การรวมชาติ การช่วยกันสร้างชาติ ดดยมีหลักธรรมคำสอนให้มีความเชื่อมั่นศรัทธาในพรจ้าองค์เดียวสูงสุด และให้ความหวังและกำลังใจให้มีแรงบันดาลใจในการต่อสู้เพื่อชนชาติ ว่าชนชาติยิวเป็นชนชาติที่พระเจ้าทรงเลื่อก(มีเพียงชาติเดียวในโลกที่พระเจ้าทรงงเลือก) และจะให้ความช่วยเหลือให้ได้พบอินแดนอันอุดมสมบูรณ์ สงบสุข ใช้ตั้งบ้านเมืองสร้างชาติ ซึ่งเรียกว่าดินแดนแห่งสัญญา เป็นพันธสัญญาระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์
                จากหลักธรรมคำสอน ซึ่งมีความเชื่อว่ามาจากพระเจ้าดดยตรงว่าพระเจ้าจะประทานความช่วยเหลื่อชนชาติตนอย่างแน่นอน  ซึ่งกำลังศรัทธาและความเชื่อมั่นนี้ในที่สุดชาวยิดจึงสามารถสร้างชาติและประเทศบ้านเมืองได้สำเร็จ
                ศาสนายิงเกิดขึ้นมาเพื่อช่วยชนชาติยิวโดยเฉพาะ และชนชาติยิวก็มีความเชื่อแลศรัทธาในหลักธรรมคำสอนของศาสนาอย่างลึกซึ้ง 


             ศาสนาคริสต์เกิดขึ้นท่ามกลางสังคมของชาวยิวที่ถูกกดขี่โดยชาวโรมันโดยตกเป็นเมืองขึ้น ถูกกดขี่ ขาดอิสระภาพ สภาพความเป็นอยุ่อัตคัตยากจน  สภาพสังคมของชาวยิวขณะนั้นต้องการผุ้ช่วยเหลือ ผู้สังสอนให้ประพฟติปฏิบัติในทางที่ถูก  ต้องการความรักความเมตตากรุณา ปลอบประดลมให้คลายจากความทุกข์ที่ได้รับอยุ่
                ด้วยความเชื่อที่ว่าพระเจ้าะไม่ทอดทิ้งชาวยิว พระเจ้าส่งผู้มรไถ่บาปเพื่อช่วยเหลือชาวยิว ซึ่งเรียกว่า Messiah ชาวยิวรอคอยผุ้ที่พระเจ้าจะส่งมาช่วยพวกเขาและเมือพระเยซูปรากฎตัวขึ้น และประกาศว่าเป็นบุตรของพระเจ้าพระเยซูมาในขณะที่ประชาชนรอคอย พระเยซุมาเพื่อให้ความหวังเป็นความจริง
                ระยะเวลาที่พระเยซูได้รับการยอมรบจากผู้ศรัทธานับถือว่าพระองค์เป็นบุตรของพระเจ้า เป็นพระฟู้ไถ่บาปให้มวลมนุษย์นั้นมีอยุ่เพืยงไม่กีปีก็ตรึงกางเขนพระเยซูและสาวกออกเผยแพร่ศาสนาไปยังชนบท ปราชนผู้ทุกขืยกาต้ต้อยในสังคมผู้เจ็บป่วยผู้อคอยความหวัง พระองค์ทรงสั่งสอนและปลอบโยนแก่ผู้เศร้าโศก นำความหวังความเข้าใจมาสู่ผุ้สำนึกผิ พระองค์ทำให้คำบาปกลับใจ มีผู้โจมตี ติเตียน พระองค์ว่าทรงคลุกคลีอยู่ท่ามกลางคนบาป คนเลว คนจน คคนสกปรก ต่ำต้อย คนป่วยพิการ... พระเยซูสอนให้มวลมนุษย์รกกันให้อภัยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
                ศาสนาคริสต์แตกต่างจากศาสนายิว คือพระเยซูมีช่วงเวลาที่ประกาศศาสนาของพระอค์น้อยเหลือเกิดน เพี่ยงเวลา 3 ปี หากพระองค์มีอายุยืนนานดังเช่นศาสดาของศาสนาอื่น ศาสนาคริสต์อาจแผ่ไพศาลในโลกมากกว่านี้ และความเชื่อของสาวกพระเยซู   และมิชชั่นนารี ที่สืบกันมา ซึ่งยึดมั่นอุดมการณ์ ในการเผยแพร่ การเผยแพร่ศาสนาคริสต์เป็นขบวนการที่มีระบบและมีเงินทุนรองรับทำงานเป็นขั้นตอน และร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ ทังฝ่ายพระและผุ้แกครองประเทศ ดดยเฉพาะในยุคล่าอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตก ในสมัยนั้นการเมือง และการเผยแพร่ศาสนาคริสต์จะมาคู่กน บางครั้งผู้ปกครองประเทศมหาอำนาจเหล่านั้นก็ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือหรือบงหน้าแต่ถึงอย่างไรมิชชันารีก็เผยแพร่ศาสนาอย่างแท้จริง โดยต้องการให้ประชาชนในประเทศต่าง ๆ หันมานบถือศาสนาคริสต์
                ทั้งการเมืองและการศาสนาจึงต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน โดยปริยาย จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาจะเห็นว่าประเทศที่ต้องตกเป็นอาณานิคมประเทศมหาอำนาจนั้น ในเวลาต่อมาประชาชนจะหันไปนับถือศาสนาคริสต์มากขึ้น


                ศาสนาอิสลาม  เกิดขึ้นในสภาพสังคมที่แตกต่าง การใช้ชีวิตของคนในสังคมอาหรับนั้นมีอิสระเสรีมกากว่าสภาพสังคมหละหลวม ไม่มีกฎระเบียบ ไม่เคารพสิทธิ การรบลาฆ่าฟันเป็นเรื่องปกติ การล้างแค้นเป็นหน้าที่ความเคารพนับถือ สิ่งลึกลับซ้อนเร้นเหนือธรรมชาติ ผีสางเทวดา เวทย์มนต์จะคาภา ไสยศาสตร์เป็นสิ่งจำเปน  จากสภาพสังคมดังกลาศาสนาที่เกิดขึ้นในสังคมเช่นนี้ ต้องมีความเด็ดขาด จริงจัง จึงจะควบคุมคนในสังคมนั้นได้ ศาสนาอิสลามจึงมีหลักธรรมคำสอนที่เป็นกฎหมาย ระเบียบ วิธีปฎิบัติในการกำรงชีวิตเป็นศุนย์รวมจิตใจ เป็นธรรมนูญสูงสุดของชีววิต ซึ่งมีคำสอนละเยดลึกซึ้ง ครอบคลุมการดำรงชีวิตตั้งแต่เกิดกระทั้งตายในทุกๆด้าน
                ศาสดาผู้ก่อตั้งคือ พระมูฮัมหมัด กว่าพระองค์จะประกาศศาสนได้สำเร็จ ต้องต่อสู้เพื่อให้ผุ้ต่ต้านยอมจำนน  การเผยแพร่ศาสนาอิสลาม ท่านศาสดาจะใช้วิธีนุ่มนวล สั่งสอนให้เชื่อฟังและศรัทธา และสำหรับผู้ไม่เชื่อฟัง ต่อต้าน ท่าจึงจะใช้กำลัง คือ ใช้พระคุณตามด้วยพระเดช ใช้ทั้งธรรมะและกองทัพ เพราะอุปนิสัยการเป็นนักสู้และมีอิสระเสรีภาพมากมาเป็นเวลานานของชาวอาหรับ จะสู้กระทั่งแพ้จึงจะรับฟัง การจะยอมใครง่ายๆ นั้นเป็นเรื่องยาก แต่ถ้ายอมรับฟังแล้ว ยอมรับนับถือแล้วก็จะยอมตายถวายชีวิต ด้วยความเด็ดเดี่ยว กล้าหาญ และสละแม้ชีวิต ของชาวอาหรับในการเผยแพร่ศาสนานี้เอง ที่ทำให้ศาสนาอิสลามกลายเป็นศาสนาสำคญของโลก
                เหตุบาดหมางในอดีตระหว่างชาวยิวและอิสลาม กล่าวคือ ชาวยิวบางกลุ่มคื อผู้ลอบทพร้ายทรยศ หักหลัง ท่านศาสนดา มูฮัมหมัด อันเป็นเหตุให้อิสลามไม่ลงรอยกับยิวตลอดมา กระทั่งปัจจุบัน ปัญหาในปาเลสไตต์ก็ยังไคงไม่สงบ และในเรื่อง เยรุซาเล็ม และประวัติศาสตร์ของชาติยิวชาวอิสลามก็ไม่ยอมรับประวัติศาสตร์เยรูซาเล็มตั้งแต่ชาวยิวเข้ามาในดินแดนนี้ หรือตั้งแต่ยุคกำเนิดพระเยซู

                โดยจะเห็นได้ว่าทั้งสามศาสนา ต่างมีรากฐานและนับถือพรเจ้าองค์เดียวกัน คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ส่วนหนึ่งเหมือนกัน   ศาสนาคริสต์เข้ากันได้กับทั้ง คริสต์และ อิสลาม ชาวคริสต์มีลักษณะประณีประนอม ไม่อ่อนหรือแข็งเกินไป คำสอนเน้นเรื่องความรัก ความเมตตา และเสียสละแก่เพื่อนมนุษย์
             ศาสนายูดาห์เหมาะสำหรัชาวยิว โดยคำสอนมุ่งเน้นเรื่องความเชื่อ ศรัทาต่อพระเจ้า และเชื่อว่าพระเจ้าได้เลือกชนชาวยิว และจะคอยช่วยเหลือชนชาวยิวตลอดไป อันเป็นพลังให้ชาวยิวสร้างชาติก่อตั้งประเทศได้ เป็นการสร้างศรัทาสามัคคี และความผูกพัจากความเชื่อ และแรงบันดาลใจจากศาสนา
                ศาสนาอิสลามก็เหมาะกับชาวอาหรับ และสภาพสังคมที่หลากหลาย เป็นการทำให้สังคมมีระเบียบ สงบสุข และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และสามัคคีกัน เป็นศาสนาที่มำสอนที่สามารถควบคุมสังคมได้อย่างดียิ่ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น